วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561
อาหารที่แสนอร่อย -- หมี่หวาน
สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน
วันนี้ปุ๋ยนำอาหารอร่อยๆมาเสริฟค่ะ อาหารชามนี้คือ ‘หมี่หวาน’ ซึ่งภาษาจีนแต้จิ๋วออกเสียงว่า ‘ตีหมี่’ (甜面) โดยผู้ที่ปรุงรสหมี่หวานชามนี้ก็คือคุณแม่ของปุ๋ยเองค่ะ
เส้นหมี่ที่ใช้ในการปรุงหมี่หวานคือหมี่เหลือง อันเป็นเส้นหมี่ที่นิยมนำไปปรุงยากิโซบะ เพียงแต่หมี่หวานนั้นมีน้ำซุปรสหวานชุ่มคอเป็นหัวใจสำคัญค่ะ
วิธีการปรุงหมี่หวานก็ไม่ยุ่งยากนะคะ ขั้นตอนมีดังต่อไปนี้ค่ะ
๑.นำเส้นหมี่เหลืองไปลวกให้สุก
๒.นำเส้นหมี่ที่ลวกสุกขึ้นมา แล้วใส่ลงในพาชนะที่มีร่อง เช่น ตะกร้า
๓.ราดเส้นหมี่ด้วยน้ำเย็น และปล่อยให้แห้ง
๔.ปรุงน้ำซุปด้วยการต้มน้ำให้เดือด
๕.ใส่น้ำตาลลงไปในน้ำซุป ซึ่งรสชาติหวานในระดับใด ท่านผู้อ่านสามารถปรุงได้ตามความชอบค่ะ
๖.หากท่านผู้อ่านจะใส่แปะก้วย ท่านสามารถนำแปะก้วยใส่ลงไปในน้ำซุปได้เลย หรือจะใส่ภายหลังก็ได้ค่ะ
๗.ตักเส้นหมี่ใส่ชามแล้วจึงตักน้ำซุปพร้อมเสริฟค่ะ
วิธีการปรุงหมี่หวานมีเพียงแค่เท่านี้เองค่ะ แต่ถ้าหากท่านผู้อ่านไม่ต้องการใส่แปะก้วย ท่านสามารถใส่ไข่หวาน หรือถั่วเขียวต้มได้ตามความชอบค่ะ
----------------------------------------------------------
ฉันคือคนหนึ่งที่ชื่อปุ๋ย
วันอาทิตย์ที่ ๒๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑
วันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2561
๑๔ ตุลา วันมหาวิปโยค
เครดิตภาพจาก วิกิพีเดีย เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516
-------------------------------------------------------------------------------
สวัสดีค่ะ
ท่านผู้อ่านทุกท่าน
วันนี้เมื่อ ๔๕
ปีที่แล้ว คือวันที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
ทรงเรียกขานว่า “วันมหาวิปโยค”
เนื่องด้วยเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๖ ได้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงอันมาจากการชุมนุมทางการเมือง
ซึ่งผู้คนทั่วไปรู้จักกันว่า “เหตุการณ์ ๑๔ ตุลา”
เหตุการณ์ ๑๔ ตุลา
เป็นเหตุการณ์ที่มีนิสิต นักศึกษาและประชาชนมากกว่า ๕ แสนคนชุมนุมเพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญจากรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร นำไปสู่คำสั่งของรัฐบาลให้ใช้กำลังทหารเข้าปราบปราม
ระหว่างวันที่ ๑๔ ถึง ๑๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๖ จนมีผู้เสียชีวิตกว่า ๗๗ ราย บาดเจ็บ ๘๕๗ ราย และสูญหายอีกจำนวนมาก
เครดิตภาพจาก เฟซบุ๊กแฟนเพจ รักสยาม หนังสือเก่า
เหตุการณ์ครั้งนี้ได้เกิดขึ้นด้วยสาเหตุที่สะสมก่อนหน้านี้หลายประการ
ประกอบด้วยข่าวการทุจริตในรัฐบาล การพบซากสัตว์ป่าจากอุทยานในเฮลิคอปเตอร์ทหาร
การถ่ายโอนอำนาจของจอมพลถนอม กิตติขจรต่อจากจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลทหารเข้าปกครองประเทศนานเกือบ
๑๕ ปี และรวมถึงการรัฐประหารตัวเองของจอมพลถนอม กิตติขจร เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศิกายน
พุทธศักราช ๒๕๑๔ ซึ่งเป็นชนวนเหตุที่ทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายการปกครองในระบอบเผด็จการทหารและต้องการเรียกร้องรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยขึ้น
ในช่วงกลางปี ๒๕๑๖
นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ตีพิมพ์หนังสือ “บันทึกลับจากทุ่งใหญ่” ออกเผยแพร่ต่อสาธารณชน ทำให้ประชาชนเกิดความสนใจในการเมืองมากขึ้น
สู่เมื่อต้นเดือนตุลาคมปี ๒๕๑๖ นิสิตนักศึกษาได้เดินแจกใบปลิวเรียกร้องรัฐธรรมนูญตามสถานที่ต่างๆทั่วกรุงเทพฯ
จนถูกทหารควบคุมตัว ภายหลังเป็นที่รู้จักกันในฐานะ “๑๓ ขบถรัฐธรรมนูญ” ทำให้มวลนักศึกษาและประชาชนเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก
นำมาสู่การประท้วงในที่สุด โดยเริ่มต้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
จนเมื่อวันเสาร์ที่ ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๖ ขบวนนิสิตนักศึกษาและประชาชนเป็นจำนวนมากได้เคลื่อนขบวนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไปยังถนนราชดำเนิน
ทำให้รัฐบาลได้ทำการสลายการชุมนุมจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก จนเมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงมีพระราชดำรัสทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยต่อเหตุการณ์ครั้งนี้
ในเวลาต่อมาจอมพลถนอม กิตติขจรก็ได้ประกาศลาออกและได้เดินทางออกต่างประเทศรวมถึงพันเอกณรงค์
กิตติขจร และจอมพลประภาส จารุเสถียร เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาจึงยุติลง
เครดิตภาพจาก เฟซบุ๊กแฟนเพจ รักสยาม หนังสือเก่า
ในช่วงเช้ามืดของวันที่
๑๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๖ พันตำรวจเอกวสิษฐ เดชกุญชร ได้อัญเชิญสำเนาพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
อ่านต่อผู้ชุมนุมความว่า
“คนที่เป็นผู้ใหญ่(คนเก่า)นั้นเขามีประสบการณ์
ส่วนคนหนุ่มสาวมีพลังแรงทั้งร่างกายและทั้งความคิด ถ้าหากมาปรองดองสมัครสมานกัน
ทำงานอย่างพร้อมเพรียง ไม่ผิดใจแคลงใจกัน การบ้านเมืองก็จะดำเนินไปได้ด้วยดี
นิสิตนักศึกษาก็เป็นผู้ที่ผ่านการทดสอบเลือกเฟ้นมาเป็นที่แน่นอนแล้วว่ามีทั้งสติและปัญญาพร้อมมูล
จึงควรจะได้รู้ถึงความผิดชอบชั่วดีทุกอย่าง การพิจารณาปัญหาใดๆ
จำเป็นต้องทราบว่าปัญหานั้นอยู่ตรงไหน หรืออะไรเป็นปัญหา
ต่อไปก็แยกออกเป็นประเด็นให้กระจ่างและถูกต้องโดยลำดับ จึงจะสามารถแก้ปัญหาได้ตรงตามจุดหมายอย่างสมบูรณ์
เมื่อนิสิตนักศึกษาได้ดำเนินการมาตรงเป้าหมาย และได้รับผลตามสมควรแล้ว
ก็ขอให้กลับคืนสู่สภาพปกติ เพื่อยังความสงบเรียบร้อยให้เกิดแก่ประชาชนทั่วไป”
ทว่าเหตุการณ์กลับมิได้ยุติลงด้วยความสงบ
เมื่อเกิดการสลายการชุมนุมด้วยอาวุธร้ายแรง ในค่ำคืนแห่งวันมหาวิปโยคนี้
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงมีพระราชดำรัสพระราชทานต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นแก่ประชาชนชาวไทยทางโทรทัศน์
ความว่า
“วันนี้เป็นวันมหาวิปโยคที่น่าเศร้าสลดอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย
ตลอดระยะเวลา ๖-๗ วันที่ผ่านมาได้มีการเรียกร้องและเจรจากัน
จนกระทั่งนักศึกษาและรัฐบาลทำข้อตกลงได้ แต่แล้วการขว้างระเบิดขวดและแก๊สน้ำตา
ทำให้เกิดการปะทะกัน และมีคนได้รับบาดเจ็บหลายคน
ความรุนแรงได้ทวีขึ้นทั่วพระนครถึงขั้นจลาจลและยังไม่สิ้นสุด
มีคนไทยด้วยกันต้องเสียชีวิตนับร้อย
ขอให้ทุกฝ่ายทุกคนจงระงับเหตุแห่งความรุนแรงด้วยการตั้งสติยับยั้งเพื่อชาติบ้านเมืองคืนอยู่ในสภาพปกติ
อนึ่ง
เพื่อขจัดเหตุร้ายนั้น จอมพลถนอม กิตติขจร
ได้ขอลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อค่ำวันนี้ ข้าพเจ้าจึงได้แต่งตั้งให้นายสัญญา
ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ขอให้ทุกคนทุกฝ่ายร่วมกันสนับสนุน
เพื่อให้คณะรัฐบาลใหม่สามารถบริหารแผ่นดินได้โดยมีประสิทธิภาพเต็มเปี่ยม
และแก้ไขสถานการณ์ให้คืนอยู่ในสภาพเรียบร้อยโดยเร็ว ยังคงความสงบสุข
ความเจริญรุ่งเรืองให้บังเกิดกับประเทศชาติและประชาชนชาวไทยโดยทั่วกัน”
จากเหตุการณ์นี้ได้มีการก่อสร้างอนุสรณ์สถาน
๑๔ ตุลาขึ้นเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าวบริเวณ สี่แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง
พร้อมทั้งก่อตั้งมูลนิธิ ๑๔ ตุลาขึ้นด้วย ต่อมาได้มีการกำหนดให้วันที่ ๑๔ ตุลาคมของทุกปีเป็น
“วันประชาธิปไตย”
เพื่อรำลึกถึงพลังบริสุทธิ์ของคนหนุ่มสาวที่เสียสละชีวิตเพื่อประชาธิปไตย
เครดิตภาพจาก เฟซบุ๊กแฟนเพจ รักสยาม หนังสือเก่า
ด้วยเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง
ซึ่งส่งผลให้ประชาชนในชาติมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน และก่อให้เกิดการวิวาทในที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา หรือ เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ก็ล้วนสร้างความทุกข์โทมนัสแด่องค์ราชันแห่งแผ่นดินเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชประสงค์ให้ประชาชนของพระองค์มีความสมัครสมานสามัคคีกัน
ถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
แม้ว่าเหตุการณ์
๑๔ ตุลา จะผ่านมานานถึง ๔๕ ปีแล้ว แต่ภาพแห่งความทรงจำของบุคคลที่ได้ร่วมในเหตุการณ์นี้ก็ยากนักที่จะลืมเลือน
อุดมการณ์แห่งประชาธิปไตยยังคงมีอยู่ ด้วยหวังว่าประเทศไทยจะมีประชาธิปไตยเต็มขั้น
เครดิตภาพจากthaipbs-vod.cdn.byteark.com/images/video-frames/1/Dv/wF/1DvwFjPslaEV-default.jpg
และในวันนี้เมื่อ
๒ ปีก่อนคือวันที่เคลื่อนพระบรมศพจอมบัลลังก์รัชกาลที่ ๙ จากโรงพยาบาลศิริราชไปยังพระบรมมหาราชวัง
ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ร่วมเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา ที่เข้าพึ่งพิงพระบารมีของจอมราชาแห่งสยามในวันนั้น
รู้สึกเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้ง เพราะพวกเขาปลอดภัยได้ด้วยน้ำพระทัยอันแสนยิ่งใหญ่ของพระองค์
จึงนับได้ว่าวันที่ ๑๔ ตุลาคมของทุกปีคือ “วันมหาวิปโยค” โดยแท้จริง
------------------------------------------------
ข้าพระพุทธเจ้าน้อมสำนึกในพระมหากรุณาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอันหาที่สุดมิได้
------------------------------------------------
ฉันคือคนหนึ่งที่ชื่อปุ๋ย
วันอาทิตย์ที่ ๑๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑
วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561
เทศกาลไหว้พระจันทร์คือเทศกาลแห่งความสุข
但愿人长久
千里共婵娟
+++++++++++++++++++++++++++++++++++
สวัสดีค่ะ
ท่านผู้อ่านทุกท่าน
เทศกาลสำคัญอีก
๑ วันของชาวจีน นั่นคือเทศกาลไหว้พระจันทร์ โดยภาษาจีนแต้จิ๋วจะเรียกเทศกาลนี้ว่า ตงชิวโจ่ย ในขณะที่ภาษาจีนกลางจะเรียกว่า จงชิวเจี๋ย ซึ่งอักษรจีนจะเขียนว่า 中秋节 เทศกาลไหว้พระจันทร์ของทุกปีนั้นจะตรงกับวันขึ้น
๑๕ เดือน ๘ ตามปฏิทินจันทรคติของจีนค่ะ ในปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๒๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๑ ที่ผ่านไปแล้วค่ะ
สำหรับที่บ้านของปุ๋ยเองก็มีการไหว้พระจันทร์เช่นกัน
โดยปุ๋ยได้นำภาพบางส่วนมาให้ทุกท่านได้รับชมกันค่ะ ถึงบรรยากาศจะไม่คึกคักนัก
แต่ก็งดงามตามประเพณีที่ปฏิบัติกันมาอย่างยาวนานค่ะ
เมื่อกล่าวถึงสิ่งของที่คุณแม่ของปุ๋ยนำมาวางบนโต๊ะนั้น
ประกอบด้วย ใบชา , น้ำตาลกรวด , เส้นหมี่อายุยืน หรือ สิ่วหมี่ , ผักเจ ๕ ชนิด , ผลไม้ ๓ ชนิด , กระดาษไหว้เจ้าที่ขานนามให้ว่า
ดอกบัวทอง หรือ กิมไหน่ฮวย , ป๋อเกี้ย , โป๊ยเซียนเตี๋ย , เทียนเถ่าจี๊ , กิมหงิ่งเต้า , ธูปมังกร หรือ เหล่งเฮีย ตลอดจนเครื่องสำอางค่ะ หากแต่สิ่งที่ขาดมิได้สำหรับเทศกาลไหว้พระจันทร์ ก็คือ ขนมไหว้พระจันทร์ นั่นเองค่ะ
การเฉลิมฉลองเทศกาลวันไหว้พระจันทร์
ย่อมมีตำนานเล่าขานเช่นเดียวกันกับเทศกาลอื่นๆค่ะ
ซึ่งเทศกาลวันไหว้พระจันทร์มีตำนานเรื่อง "เทพธิดาฉางเอ๋อ" (嫦娥奔月的神话故事)
โดยเรื่องราวของตำนานนี้คือ...
ในสมัยโบราณกาล
มีพระอาทิตย์ส่องแสงสว่างพร้อมกันถึง ๑๐ ดวง
ทำให้แผ่นดินของโลกมนุษย์ร้อนดังไฟ น้ำในทะเลแห้งเหือด สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้คนบนโลกมนุษย์เป็นอย่างมาก
ในที่สุดก็มีชายผู้กล้าท่านหนึ่งนามว่า โฮ่วอี้(后羿
Hòuyì)ซึ่งเป็นผู้ที่มีพละกำลังมหาศาล
หาใครเทียบเทียมได้ เขาจึงยิงลูกธนูสวรรค์ขึ้นไปยังพระอาทิตย์ เพียงครู่เดียวก็ยิงพระอาทิตย์ตกไปถึง ๙ ดวง พระอาทิตย์ดวงสุดท้ายเห็นดังนั้น
จึงตกใจเป็นอย่างมาก จึงร้องขอชีวิตจากโฮ่วอี้ เขาจึงสั่งให้พระอาทิตย์ดวงนั้นนับจากนี้เป็นต้นไปต้องขึ้นและลงเป็นเวลาทุกวัน
รับใช้ผู้คนบนโลกมนุษย์แต่โดยดี จากเหตุการณ์นั้นผู้คนจึงนับถือและยกย่องให้โฮ่วอี้เป็นผู้นำ
โฮ่วอี้มีภรรยาซึ่งเป็นหญิงที่งดงามทั้งกายและใจ
ทั้งยังมีความสุภาพอ่อนน้อม นางผู้นี้มีนามว่า ฉางเอ๋อ(嫦娥Cháng'é) ทุกคนล้วนแต่ชอบนาง รวมไปถึงโฮ่วอี้ที่รักนางสุดหัวใจ
ความรักของบุคคลทั้งสองเปี่ยมไปด้วยความชื่นมื่น
วันหนึ่ง
โฮ่วอี้ได้น้ำอมฤต(长生不老药 cháng
shēng bù lǎo yào)มาจากเจ้าแม่หวางหมู่(王母娘娘) หากใครได้ดื่มน้ำอมฤตนี้แล้ว จะได้ขึ้นสวรรค์และมีชีวิตเป็นอมตะ
เป็นหนุ่มสาวไปตลอดกาล แต่โฮ่วอี้ไม่อยากจากนางอันเป็นที่รักขึ้นสวรรค์ไปเพียงลำพัง
จึงได้ฝากน้ำอมฤตนั้นไว้ให้ฉางเอ๋อเป็นผู้ดูแล
โฮ่วอี้มีศิษย์น้องผู้หนึ่งนามว่า
เฝิงเหมิง(逢蒙 Féng méng) ซึ่งเป็นคนขี้อิจฉา
เมื่อเขาได้ทราบว่าโฮ่วอี้มีน้ำอมฤตจึงคิดจะขโมยมาเป็นของตัวเอง ในคืนวันเพ็ญเดือน ๘ โฮ่วอี้ได้ออกไปล่าสัตว์
แต่เฝิงเหมิงได้หาข้ออ้างไม่ออกไปด้วย เขาได้แอบเข้าไปที่บ้านพักของฉางเอ๋อ
เพื่อบังคับให้นางมอบน้ำอมฤตให้กับตน เนื่องจากฉางเอ๋อไม่มีทางเลือก นางจึงได้ดื่มน้ำอมฤตทั้งหมด ทันใดนั้นนางก็รู้สึกตัวเบาดังนกนางแอ่น และลอยออกมาจากทางหน้าต่าง ลอยสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ในที่สุดนางก็ได้ออกจากโลกมนุษย์ และหยุดลงบนพระจันทร์
เนื่องด้วยฉางเอ๋อยังคงอาลัยอาวรณ์โฮ่วอี้สามีผู้เป็นที่รัก เมื่อโฮ่วอี้ได้ทราบข่าวว่าฉางเอ๋อได้ขึ้นสู่พระจันทร์อันแสนไกล
เขารู้สึกเจ็บปวดดังมีดปักกลางอก จึงพยายามวิ่งไปยังพระจันทร์ดวงนั้น
แต่ทว่ายิ่งวิ่งเข้าใกล้พระจันทร์มากเพียงใด พระจันทร์ก็ยิ่งห่างไกลออกไปมากเท่านั้น
โฮ่วอี้ไม่มีทางที่จะเข้าใกล้พระจันทร์ได้เลย โฮ่วอี้จึงได้เพียงแต่คิดถึงฉางเอ๋อ จิตใจถวิลไปถึงพระจันทร์
เมื่อโฮ่วอี้มองไปยังพระจันทร์ที่กลมนวลสว่างนั้น โฮ่วอี้จึงรู้สึกเหมือนดังฉางเอ๋อกำลังมองลงมาหาตน
ในคืนวันเพ็ญเดือน ๘ ของปีที่สองนั้น ฉางเอ๋อได้ออกมาจากวังบนพระจันทร์
และมองมายังโลกมนุษย์ นางคิดถึงโฮ่วอี้เป็นอย่างมาก ใบหน้าอันหมดจดงดงามของฉางเอ๋อนั้น
ยิ่งทำให้พระจันทร์งดงามมากยิ่งขึ้น โฮ่วอี้และชาวบ้านคนอื่นๆต่างก็คิดถึงฉางเอ๋อ
จึงได้จัดงานไหว้พระจันทร์ขึ้น เพื่อระลึกถึงฉางเอ๋อซึ่งอยู่บนพระจันทร์ เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า
จากรุ่นสู่อีกรุ่น เรื่องราวของฉางเอ๋อยังคงมีการสืบทอดเล่าขานจวบจนถึงทุกวันนี้
ด้วยเหตุนี้ตำนานเล่าขานเรื่องฉางเอ๋อบนพระจันทร์ จึงเป็นส่วนหนึ่งของที่มาแห่งเทศกาลไหว้พระจันทร์
ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน ๘ ตามปฏิทินจันทรคติของจีน
เครดิตภาพจาก
https://guoxue.ifeng.com/a/20160107/46977021_0.shtml
-----------------------------------
ฉันคือคนหนึ่งที่ชื่อปุ๋ย
วันพุธที่ ๒๖ กันยายน
พุทธศักราช ๒๕๖๑
วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561
人近六十须自知 คนเราเมื่ออายุใกล้ ๖๐ ปีควรทราบแล้วว่า...
เครดิตภาพจาก https://marketeeronline.co/archives/11464
--------------------------------
สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน
มีวันหนึ่งปุ๋ยได้รับข้อความทางไลน์มาค่ะ
เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับ การดำเนินชีวิตของคนอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป
เนื้อหาสาระของข้อความดังกล่าวคือ เมื่อเราใช้ชีวิตมาจนถึงอายุ ๖๐ ปีแล้วนั้น
เราควรปล่อยวาง และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ให้ทุกวันที่เหลือจากนี้
เป็นกำไรชีวิตของเราค่ะ ท่านผู้อ่านทุกๆท่านไม่ว่าจะอยู่ในช่วงอายุเท่าใด
ก็สามารถนำข้อแนะนำเหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันนะคะ
เราจะได้มีความสุขกับชีวิตมากยิ่งขึ้นค่ะ
人近六十须自知
คนเราเมื่ออายุใกล้ ๖๐ ปีควรทราบแล้วว่า
“山中也有千年树,世上难逢百岁人。” 最大限度也就活到百多岁,但是10万人中才有一个。
บนภูเขานั้นเคยมีต้นไม้อายุนับพันปี แต่บนโลกมนุษย์นี้
คนอายุถึงร้อยปีนั้นแทบหาไม่ได้ อย่างเก่งที่มีอายุเกินร้อย แต่คงมีแค่หนึ่งในแสน
能活到90岁,只有30年。能活到80岁,只有20年。
ถ้านับเริ่มจากอายุ ๖๐ ปี คนมีอายุ ๙๐ ปี ก็จะมีชีวิตอยู่ได้อีก ๓๐
ปี ส่วนคนที่มีอายุ ๘๐ ปี ก็อยู่ได้อีก ๒๐ ปี
因为剩下的日子随时可能病倒,你应该够医药看护费;因为剩下的日子不多,你临走时却什么都带不走,所以不必太节省。
เวลาที่เหลือของชีวิต สามารถเกิดอาการเจ็บป่วยได้อยู่เสมอ
ดังนั้นจึงควรมีเงินมากพอสำหรับค่ารักษาพยาบาล ในเวลาที่จากไป
ก็ไม่สามารถนำอะไรไปได้ ฉะนั้นจงอย่าประหยัดจนเกินไป
不必对死后的事考虑太多,因为变成灰的你,对表扬与批评异物感觉。
อย่าไปสนใจว่าเมื่อจากไปแล้วจะเป็นอย่างไร เพราะเมื่อร่างกลายเป็นเถ้าถ่าน
ก็ไม่อาจรู้สึกถึงคำเยินยอและคำนินทาได้อีก
不必对儿女的事考虑太多,“儿孙自有儿孙福,休为儿孙做马牛”。
อย่าไปใส่ใจเรื่องของลูกๆมากจนเกินไป ลูกหลานมีทางรอดของเขาเอง
他们养了孩子,让他们自己照顾或用自己的钱顾保姆照顾,不要让他们再剥夺父母剩下不多的健康、休息、娱乐、旅游权。
เมื่อเขามีลูกแล้ว จงปล่อยให้เขาไปดูแลกันเอง
หรือไม่ก็ให้เขาไปจ้างพี่เลี้ยง ไม่ควรนำเรื่องของพวกเขามาเบียดเบียนความสุข
การท่องเที่ยว และสุขภาพของพ่อแม่ที่เหลือน้อยลงเต็มที
不要对儿女幻想太多,孝顺的儿女有孝心,但工作太忙,帮不了你。
เราอย่าไปจินตนาการเรื่องของลูกๆมากจนเกินไป เพราะลูกที่มีความกตัญญูนั้น จำเป็นต้องทำงานด้วย เขาจึงไม่มีเวลามากพอที่จะมาดูแลคุณได้ตลอดเวลา
不孝的儿女也许盼着你早死,好早日继承你的财产。
ลูกที่ไม่กตัญญู อาจแช่งให้คุณรีบตาย เพื่อจะได้สมบัติเร็วๆ
你的钱财,儿女认为给他们是天经地义;儿女的钱,却不是你的钱,你想要却十分困难。
ทรัพย์สมบัติของเรา ลูกหลานมักจะเข้าใจว่านั่นคือความโชคดี
แต่สำหรับเงินทองของลูกหลานแล้ว นั่นหาใช่ของเราไม่ หากเราต้องการเงินทองของลูกหลาน
ถือว่าเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง
六十岁的你,再也不要用健康去换取身外之物,因为此时,你用金钱已未必能买到健康。
เมื่อคุณอายุ ๖๐ ปีแล้ว ไม่ต้องนำความแข็งแรงไปแลกกับสมบัตินอกกาย
เพราะในเวลานี้ เงินทองมากมายก็ไม่อาจซื้อความแข็งแรงให้ได้
挣钱到何时、何数才算够。“良田万顷,日食三餐,大厦高楼千间,夜眠八尺,够吃够用就行了”。
การหาเงิน จะต้องหาถึงเมื่อไหร่ ต้องหาถึงจำนวนเท่าไหร่ จึงจะพอ มีที่นาเป็นหมื่นไร่
ก็รับประทานอาหารแค่สามมื้อ มีบ้านเป็นพันหลัง ก็นอนแค่เตียงแปดฟุต พอกินพอใช้ก็เพียงพอแล้ว
我们愉快地活着,虽然家家有一本难念经,我们不需要和别人比名利、地位,儿孙如何有出息等等,而要比谁活得更健康、长寿和快乐。
ถึงแม้นว่าแต่ละครอบครัวจะมีปัญหาที่ไม่เหมือนกัน แต่เพียงแค่เราใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเท่านั้นก็พอแล้ว เราไม่ต้องนำลูกของเราไปเปรียบเทียบกับลูกของคนอื่น
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชื่อเสียงหรือฐานะ แต่ควรเปรียบว่าใครจะมีอายุ วรรณะ สุขะ
พละมากกว่ากัน
你无力改变的事,就不必操心,因为操心也无用,只有心境好,每天想愉快的事。
อย่าไปกังวลเรื่องที่แก้ไขไม่ได้ เพราะกังวลไปก็ไม่มีประโยชน์ เราควรมีอารมณ์ที่ดี
ทุกวันควรคิดแต่เรื่องที่มีความสุข
自己找乐趣,就能天天都过得快乐,过一天 少一天,过一天 乐一天,乐一天 赚一天。
หาความเปรมปรีดิ์ให้กับตัวเองทุกวัน เพราะเมื่อเวลาผ่านไป ๑ วัน
นั่นคือชีวิตลดน้อยลงไป ๑ วัน ผ่านไปอีก ๑ วัน นั่นคือมีความสุขอีก ๑ วัน เมื่อมีความสุข
๑ วัน นั่นคือกำไรชีวิตอีก ๑ วัน
精神好,病不到;精神好,病能好;精神好,病早好。
สติดี โรคาไม่มา สติดี โรคาหายหน้า สติดี โรคาบอกลา
心情愉快,适当运动,常见阳光,饮食均衡食物多样化,保证多种维生素和微量元素的合理,盼能健康地活二十至三十年。
จิตใจร่าเริงแข็งแรง หมั่นโดนแดดบ่อยๆ ออกกำลังกายให้พอเหมาะ และรับประทานอาหารให้ครบ ๕ หมู่ เท่านี้ก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ไปได้อีก
๒๐ ปี ถึง ๓๐ ปี
圣经说:死亡是民众的结局,无人可以逃避。
ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลได้กล่าวไว้ว่า ความตายคือตอนจบของทุกสรรพชีวิต
ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้
最简单的长寿秘诀,就是保持呼吸。
ความลับที่ง่ายที่สุดของการมีอายุยืนยาว ก็คือการหายใจ
+++++++++++++++++++++
ฉันคือคนหนึ่งที่ชื่อปุ๋ย
วันอังคารที่ ๑๑ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๑
วันพุธที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2561
วาทะแห่งสีจิ้นผิง
เครดิตภาพจาก
https://www.facebook.com/XinhuaNewsAgency.th/photos/a.1660406490842033/1979710025578343/?type=3&theater
***************************************
สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน
สีจิ้นผิง คือ
ประธานาธิบดีคนปัจจุบันแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
ท่านเป็นผู้นำประเทศที่มีงานประพันธ์ของท่านเองด้วย ซึ่งหนังสือดังกล่าวมีชื่อว่า "สีจิ้นผิง
ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ"
นอกจากนี้หนังสือที่มีจำหน่ายไปทั่วโลกแล้วนั้น
ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงยังมีวาทะอันโด่งดังซึ่งบุคคลทั่วไป "พึงกระทำ"
เพื่อให้โลกของเราขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิมค่ะ
โดยวาทะของผู้นำท่านนี้คือ
- การเป็นคนนั้น ไม่จำเป็นต้องโดดเด่นสะดุดตา
แต่ต้องมีความเที่ยงธรรมซื่อตรง
- ทำสิ่งใด ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์ไร้ที่ติ
แต่ต้องไม่รู้สึกผิดในใจ
- ใช้ความจริงใจ ปฏิบัติต่อผู้คนรอบข้าง
- ใช้ความกตัญญู ขอบคุณทุกสิ่งที่ครอบครอง
- อนาคต ไม่ใช่โลกของคนยากไร้
และไม่ใช่โลกของคนมั่งมี แต่เป็นโลกของกลุ่มคนที่มีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
- กล้าเป็นผู้นำ ยุติธรรม มีสติ และมีความสามารถ
- วิกฤติที่แท้จริง ไม่ใช่วิกฤติทางการเงิน
แต่เป็นวิกฤติทางจริยธรรมและศรัทธา
- จงเคียงข้างกับผู้ที่มีปัญญา
และร่วมทางกับผู้ที่เป็นคนดี
วาทะของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง มิใช่เป็นเพียงหลักการที่เขียนไว้ในตำรา
เพราะถ้าเรานำมาใช้ ปัญหาและความวุ่นวายของโลกใบนี้ก็อาจจะลดลงได้บ้าง อยู่ที่ท่านผู้อ่านปรารถนาจะให้โลกเป็นอย่างไร ซึ่งสำหรับปุ๋ยแล้วนั้น
สังคมจะน่าอยู่มากขึ้น ก็ต่อเมื่อทุกคนทำตามระเบียบกติกาที่วางไว้ เคารพกฎหมาย
เคารพกฎจราจร และมีความเกรงใจซึ่งกันและกันค่ะ
และข้อสุดท้ายแห่งวาทะของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงนั้นเป็นประการที่สำคัญที่สุด
เพราะคนดีจะนำทางเราไปสู่สิ่งที่ดีค่ะ
++++++++++++++++++++
ฉันคือคนหนึ่งที่ชื่อปุ๋ย
วันพุธที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑
ฉันคือคนหนึ่งที่ชื่อปุ๋ย
วันพุธที่ ๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑
วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
๑๓ ชีวิตทีมหมูป่าอะคาเดมี่คือประวัติศาสตร์แห่งความร่วมใจเรื่องใหม่ของโลก
สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน
![]() |
เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๑ เป็นวันเริ่มต้นของประวัติศาสตร์แห่งความสามัคคีและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนไทย เนื่องด้วยน้องๆนักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมี่จำนวน ๑๓ คน ประสบเหตุติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ดังนั้นหน่วยซีล ทหารเรือ ทหารบก กู้ภัยและจิตอาสา ได้ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือน้องๆทั้ง ๑๓ คนให้ออกจากถ้ำหลวงแห่งนี้โดยเร็ว ในการช่วยเหลือครั้งนี้ยังมีนักดำน้ำในถ้ำรวมไปถึงกู้ชีพจากต่างประเทศหลากหลายเชื้อชาติเข้าช่วยเหลือ
น้ำที่ท่วมขังและลักษณะภูมิประเทศอันสลับซับซ้อนในถ้ำหลวงเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งสำหรับการช่วยเหลือน้องๆ
แม้ว่าจะมีการพร่องน้ำอยู่ตลอด ๒๔ ชั่วโมงแล้วก็ตาม จึงทำให้หน่วยซีล
นักดำน้ำในถ้ำและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องใช้เวลาถึง ๑๐
วันด้วยกันกว่าจะพบน้องๆ โดยทีมที่พบน้องๆทั้ง ๑๓ คนเป็นทีมแรกนั้นก็คือ
นักดำน้ำชาวอังกฤษ ๒ ท่าน ประกอบด้วย คุณริก สแตนตัน และ คุณจอห์น โวลันเธน
เมื่อวันจันทร์ที่ ๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ เวลา ๒๑.๓๘ น.
เนื่องจากบริเวณหาดพัทยาภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน
ที่มีการคาดการณ์ว่าเป็นสถานที่ซึ่งน้องๆทั้ง ๑๓ คนของทีมหมูป่าอะคาเดมี่จะไปพักอยู่นั้นน้ำท่วม
ดังนั้นน้องๆทั้ง ๑๓ คนจึงต้องขึ้นไปพักอยู่ที่บริเวณ “เนินนมสาว”
ซึ่งอยู่ห่างจากหาดพัทยาไป ๔๐๐ เมตร
![]() |
| ภาพชาวต่างชาติ ๒ ท่านที่ได้พบน้องๆทั้ง ๑๓ คนบนเนินนมสาวเป็นครั้งแรก เครดิตภาพจาก https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_1315304 |
น้องๆทั้ง
๑๓ คนในวินาทีแรกที่ได้พบกันกับนักดำน้ำชาวอังกฤษนั้น ยังคงมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน
สามารถโต้ตอบเป็นภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติทั้ง ๒ ท่านได้
นับเป็นข่าวดีและเป็นข่าวที่สร้างความสุขอย่างยิ่งให้กับผู้ที่ติดตามข่าวน้องๆทีมหมูป่าอะคาเดมี่ทั้ง
๑๓ คนนี้ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง
ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติซึ่งให้ความสนใจในกรณีนี้ทั่วทั้งโลก
และแล้ววันที่ชาวไทยและชาวต่างชาติซึ่งติดตามข่าวรอคอยก็มาถึง
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑
หน่วยซีลและเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ลำเลียงน้องๆทีมหมูป่าอะคาเดมี่ออกมาจากถ้ำจำนวน ๔
คน
เนื่องด้วยแพทย์ที่เข้าไปตรวจสุขภาพได้ประเมินแล้วว่าน้องผู้นั้นสามารถออกจากถ้ำได้
นับว่าเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิด
ยังผลให้ในวันจันทร์ที่ ๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ น้องๆอีก ๔
คนจากทีมหมูป่าอะคาเดมี่ที่ยังติดอยู่ในถ้ำหลวง สามารถออกจากถ้ำและเข้ารักษาร่างกายที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
เช่นเดียวกับ ๔ คนแรกที่ออกมาก่อน ปฏิบัติการช่วยเหลือน้องๆทั้ง ๑๓ คนเป็นอันเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันอังคารที่
๑๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ โดยเวลา ๑๘:๕๐ น.
นักฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมี่อีก ๔ รายสุดท้าย รวมกับโค้ชอีก ๑ ราย
สามารถออกจากถ้ำหลวงได้อย่างปลอดภัย และเข้ารักษาร่างกายที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
ซึ่งโรงพยาบาลแห่งนี้ เป็นโรงพยาบาลอีก ๑ แห่งที่ได้รับบริจาคเงินจากการที่
“ตูน บอดี้สแลม” ได้วิ่งในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” เพื่อหาเงินบริจาคให้โรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ
ซึ่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้รับเงินบริจาคถึง ๑๑๐.๕ ล้านบาท
เพื่อนำไปพัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์ให้ทันสมัย และยังนำมาช่วยรักษาชีวิตทีมหมูป่าตลอดจนผู้ป่วยคนอื่นอีกด้วย
![]() |
โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ได้รับเงินบริจาคกับโครงการ “ก้าวคนละก้าว”
|
ภารกิจนำน้องๆทั้ง
๑๓ คนกลับบ้านนั้น เป็นภารกิจที่สะท้อนถึงความรัก ความสามัคคี
และความห่วงใยของคนไทยที่มีต่อกัน จิตอาสาหลายท่านเดินทางมาช่วยงานยังถ้ำหลวงด้วยความปรารถนาที่จะได้เห็นน้องๆออกมาจากถ้ำหลวงอย่างปลอดภัย
แม้ว่าจะไม่ได้รับเงินอันเป็นกำไรก็ตาม และเนื่องด้วยน้ำในถ้ำหลวงมีมาก จำเป็นต้องพร่องออกไป
น้ำเหล่านั้นจึงผันลงไปยังพื้นที่การเกษตรของพี่น้องเกษตรกรชาวเชียงราย แม้ว่าจะทำให้พื้นที่การเกษตรของพวกเขาจะเสียหาย
หากแต่พวกเขาก็ยินดี เพื่อให้น้องๆทั้ง ๑๓ คนสามารถออกมาจากถ้ำหลวงได้อย่างปลอดภัย
และได้มีโอกาสเป็นนักฟุตบอลที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ปุ๋ยขอขอบคุณน้ำใจอันยิ่งใหญ่นี้ของพี่น้องเกษตรกรชาวเชียงรายทุกท่านด้วยค่ะ
เหตุการณ์นี้
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ ได้พระราชทานความช่วยเหลือ
และพระราชทานกำลังใจ ด้วยทรงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าภารกิจช่วยเหลือน้องๆทั้ง ๑๓
คนจะประสบความสำเร็จ
ซึ่งสร้างขวัญและกำลังใจอย่างหาที่สุดมิได้ต่อผู้ปกครองของน้องๆและผู้ปฏิบัติงานทุกคน
นอกจากนี้แล้ว สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก รวมถึงสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก
ก็ได้โปรดประทานพรให้นักฟุตบอลและโค้ชของทีมหมูป่าอะคาเดมี่ทั้ง ๑๓ คนปลอดภัย ซึ่งประชาชนชาวไทยทุกภาคส่วนก็เช่นกัน
ได้มีการสวดมนต์ แปรตัวอักษรเป็นเลข 13
และร้องเพลงเพื่อส่งกำลังใจให้กับน้องๆทีมหมูป่าอะคาเดมี่ซึ่งยังคงติดอยู่ในถ้ำให้ปลอดภัย
![]() |
| ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงวาดภาพฝีพระหัตถ์ รูปหมูป่าเพื่อพระราชทานกำลังพระราชหฤทัยให้ในการค้นหาทีมหมูป่าทั้ง ๑๓ คน โดยทรงเผยแพร่ผ่านอินสตราแกรมส่วนพระองค์ เครดิตภาพจากhttps://royal.jarm.com/view/120449 |
![]() |
เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๑ สมเด็จพระสังฆราชทรงนำสวดเจริญพระพุทธมนต์อธิษฐานจิตให้13ชีวิตทีมหมูป่าออกมาจากถ้ำหลวงได้อย่างปลอดภัย
เครดิตภาพจาก https://www.posttoday.com/social/general/556169
|
![]() |
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ พระสันตะปาปาฟรานซิส ผู้นำคริสตจักรคาทอลิก แห่งนครรัฐวาติกัน ร่วมสวดอธิษฐานส่งกำลังใจถึงนักฟุตบอลรุ่นเยาว์และโค้ชทั้ง ๑๓ คนที่ติดในถ้ำหลวง เครดิตภาพจาก https://www.thairath.co.th/content/1324606
|
![]() |
ภาพจากโรงเรียนบ้านสุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส
เครดิตภาพจาก http://www.komchadluek.net/news/local/333009
|
![]() |
ป้ายข้อความส่งแรงใจเชียร์ทีมหมูป่าให้ได้รับการช่วยเหลือออกมาจากถ้ำโดยปลอดภัย ได้นำมาติดประกาศไว้ภายในสถานีรถไฟใต้ดินแองเจิลทูบ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ที่มีผู้ใช้ทวิตเตอร์มาโพสต์ไว้
เครดิตภาพจาก https://www.matichon.co.th/foreign/news_1036376
|
![]() |
ครูและนักเรียนของโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคมกว่า
๓,๐๐๐ คน ร่วมกันสวดมนต์ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์และนั่งสมาธิตั้งจิตภาวนาให้ทีมหมู่ป่าอะคาเดมี่ทั้ง
๑๓ คน ปลอดภัย และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ช่วยทุกคนออกมาจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย
เครดิตภาพจาก https://www.posttoday.com/social/local/556051
|
นอกจากกรณีที่น้องๆทั้ง
๑๓ คนติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนแล้วนั้น ข่าวยังได้นำเสนอ “ตำนานเขานางนอน”
อีกด้วย ซึ่งตำนานของขุนเขาลูกนี้ แม้ว่าจะมีหลายเรื่อง
แต่ตำนานที่นำมาเล่าขานกันมากที่สุดก็คือเรื่องที่เจ้าหญิงแห่งเมืองเชียงรุ้ง
ทรงทำผิดพระราชประเพณี ลอบรักกับชายเลี้ยงม้าในวังจนตั้งพระครรภ์
เจ้าหญิงพระองค์นี้จึงจำต้องหนีออกจากวังไปกับชายผู้เป็นที่รัก เมื่อมาถึงกันยังที่ราบใกล้แม่น้ำโขงแล้ว
เจ้าหญิงที่ทรงพระครรภ์หลายเดือน ก็ไม่สามารถเสด็จฯต่อไปได้
จำเป็นต้องพักอยู่บริเวณนั้น สวามีของพระองค์จึงไปหาอาหารมาถวาย
ซึ่งเจ้าหญิงที่ทรงรอสวามีอยู่หลายวัน ก็ทรงรู้สึกไม่สบายพระทัย เกรงว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับสวามี
เจ้าหญิงพระองค์นี้จึงเสด็จฯ ออกไปตามหา จึงทำให้ทรงพบกับทหารของพระราชบิดา
เจ้าหญิงจึงตรัสถามถึงสวามีของพระองค์
ทหารของพระราชบิดาจึงกราบทูลว่าได้สังหารสวามีของพระองค์ทรงสิ้นแล้ว
เป็นเหตุให้เจ้าหญิงทรงเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น
เจ้าหญิงจึงทรงใช้ปิ่นปักพระเกศา แทงเข้ายังพระเศียรของพระองค์
และสิ้นพระชนม์ในที่สุดอยู่ตรงนั้น พระโลหิตของเจ้าหญิงที่ไหลออกมากลับกลายเป็น
“แม่น้ำแม่สาย” พระวรกายของเจ้าหญิงซึ่งนอนทอดยาวจากทิศเหนือจรดทิศใต้ กลายเป็น
“ดอยนางนอน” ส่วนพระอุทรก็กลายเป็น “ดอยตุง” อิตถีเพศของเจ้าหญิงกลายเป็น
“ถ้ำหลวง” ซึ่งหากท่านใดขับรถจากอำเภอเมืองไปอำเภอแม่สาย
ทางฝั่งซ้ายมือเมื่อเข้าเขตอำเภอแม่สาย จะมองเห็นดอยสูงใหญ่ทอดตัวยาวเป็นรูปร่างคล้ายผู้หญิงนอนอยู่
![]() |
ดอยนางนอน จังหวัดเชียงราย เครดิตภาพจากกลุ่มเฟซบุ๊ก “เรารักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช”
|
![]() |
ดอยนางนอน จังหวัดเชียงราย
เครดิตภาพจาก https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_1288744 |
![]() |
ในช่วงที่หน่วยซีลตลอดจนกู้ภัยท่านอื่นยังไม่พบน้องๆที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ได้มีผู้เชิญ “พระครูบาบุญชุ่ม” แห่งวัดพระธาตุดอนเรือง ในรัฐฉานของเมียนมา ให้มาทำพิธียังถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจต่อญาติของผู้สูญหาย
แม้ว่าภารกิจของการนำน้องๆทีมหมูป่าอะคาเดมี่ออกจากถ้ำหลวงจะเปี่ยมไปด้วยความหวังว่าต้องประสบความสำเร็จ ผู้ช่วยเหลือทุกท่านจะต้องปลอดภัย หากแต่ความเศร้าก็บังเกิดขึ้น เมื่อ “จ่าเอกสมาน กุนัน” ต้องวายชนม์ในขณะที่ปฏิบัติงานเพื่อช่วยเหลือทีมหมูป่าออกจากถ้ำ โดยในเวลานั้นจ่าเอกสมาน หรือ จ่าแซม กำลังลำเลียงถังอากาศเข้าสู่โถงสาม ทำให้จ่าแซมหมดสติและวายชนม์ในที่สุด ยังความเศร้าโศกเป็นอย่างยิ่งแก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศที่ได้รับทราบข่าวนี้ ด้วยเหตุนี้ จ่าแซมจึงเป็นวีรบุรุษแห่งถ้ำหลวง
![]() |
ภาพจ่าเอกสมาน กุนัน
เครดิตภาพจาก https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1034243
|
ไม่เพียงแต่จ่าเอกสมานที่เป็นฮีโร่แห่งถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนเท่านั้น เนื่องด้วยหน่วยซีล ผู้เชี่ยวชาญด้านถ้ำชาวอังกฤษจำนวน ๓ ท่านจากสมาคมกู้ภัยในถ้ำแห่งอังกฤษ ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย (ศอร.) คุณณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา ทีมทหารพราน-ป่าไม้ ทีมกู้ภัยของมูลนิธิสยามรวมใจและทีมกู้ชีพสมาคมสิริกร จังหวัดเชียงราย ทีมแพทย์และพยาบาล เกษตรกรในพื้นที่ ทีมเก็บรังนก มนุษย์กบจากทุกหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ อาสาสมัครกู้ภัยทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ชาวในพื้นที่อำเภอแม่สาย เครือข่ายโทรคมนาคม โรงครัวพระราชทาน และทุกๆท่านซึ่งอยู่ในพื้นที่ถ้ำหลวงค่ะ ด้วยเหตุนี้ปุ๋ยจึงขอนำคลิปวีดีโอของฮีโร่ทุกท่านมาให้ท่านผู้อ่านได้ชม และเพื่อเป็นการ “ขอบคุณจากใจ” ต่อฮีโร่เหล่านี้ค่ะ
![]() |
ภาพคุณณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย (ศอร.)
|
เวลา ๑๗ วัน ๕ ชั่วโมง แห่งภารกิจประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและของโลกเพื่อช่วยเหลือน้องๆทั้ง ๑๓ คน มีความท้าทายอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อภารกิจที่ยากยิ่งครั้งนี้สามารถเสร็จสิ้นลงได้ด้วยความงดงาม ผู้ที่ติดตามข่าวสาร ตลอดจนบุคคลในพื้นที่จังหวัดเชียงราย แม้แต่สื่อมวลชนจากต่างประเทศ จึงสร้างรู้สึกประทับใจอย่างล้นเหลือ ซึ่งภารกิจครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เนื่องด้วยทุกภาคส่วนมี มีความรัก มีความร่วมแรงร่วมใจกัน ภายใต้การทำงานอย่างมีระบบระเบียบ เป็นขั้นตอน ซึ่งความสมัครสมานสามัคคีที่เกิดขึ้นยังถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนแห่งนี้ ทำให้ปุ๋ยนึกไปถึงพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในพิธีสวนสนามทหารรักษาพระองค์ ณ ลานพระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๕ ความว่า “คราวใดที่ชาวไทยมีความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อประเทศชาติแล้ว ชาติก็ได้รอดพ้นจากภัยพิบัติสู่ความสุขความเจริญ แต่คราวใดที่ขาดความสามัคคีกลมเกลียวกัน ก็ต้องประสบเคราะห์กรรมกันทั้งชาติ จึงเป็นหน้าที่ของเราทั้งหลายที่จะต้องร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด”
ไม่เพียงแค่บุคคลที่มีชื่อเสียงจากทุกแวดวงในประเทศไทยที่เป็นกำลังใจให้กับทีมหมูป่าอะคาเดมี่ และหน่วยงานทุกภาคส่วนเท่านั้น เพราะผู้ที่มีชื่อเสียงชาวต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นนักฟุตบอลทีมต่างๆ ตลอดจนนักแสดงก็ล้วนให้กำลังใจมาด้วย อาทิเช่น ประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา นายโดนัลด์ ทรัมป์ นายกรัฐมนตรีของประเทศอังกฤษนางเทรีซา เมย์ ฟีฟ่า สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล หมีเซียะ เยิ่นต๋าหัว เมสซี่ เป็นต้น
![]() |
ภาพคุณเยิ่นต๋าหัว และคุณหมีเซียะ ส่งกำลังใจให้ทีมหมูป่าอะคาเดมี่แม่สาย 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เครดิตภาพจาก https://www.springnews.co.th/view/304496
|
![]() |
| เครดิตภาพจาก https://www.thairath.co.th/content/1330578 |
ทางฮอลลีวู้ดของสหรัฐอเมริกาให้ความสนใจต่อเหตุการณ์นี้เป็นอย่างยิ่ง
จึงปรารถนาจะนำกรณีนี้มาสร้างภาพยนตร์ ในขณะที่ญี่ปุ่นสร้างคลิปวีดีโอจากเหตุการณ์จริงเพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอน
เนื่องด้วยญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ประสบพิบัติภัยทางธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง การให้นักเรียนและบุคคลทั่วไปได้เรียนรู้การเอาตัวรอดจากคลิปวีดีโอที่จำลองเหตุการณ์ขึ้น
ซึ่งกล่าวได้ว่าเหตุการณ์นี้ที่เกิดขึ้น สามารถสอนผู้คนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องที่เราควรมีสติ
เพราะเมื่อมีสติแล้ว ความกลัวก็จะคลายลง และจะมีปัญญาในการแก้ไขปัญหาต่างๆได้
![]() |
| สื่อญี่ปุ่นทำหนังสั้นจำลองเหตุการณ์ ๑๓ ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง เครดิตภาพจาก https://www.sanook.com/news/7125526/ |
ในวันพุธที่ ๑๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แถลงขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำให้ภารกิจการค้นหา ๑๓ ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงสำเร็จลุล่วง
![]() |
ท้ายนี้
ปุ๋ยขอขอบคุณฮีโร่ทุกท่าน ที่มีส่วนช่วยเหลือในการนำน้องๆนักฟุตบอลและโค้ชรวม ๑๓
ชีวิตอีกครั้งค่ะ
ฉันคือคนหนึ่งที่ชื่อปุ๋ย
วันพุธ ที่ ๑๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










































