วันจันทร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2560

หน้ากากซาลาเปา 보고 싶다


เครดิตจาก https://www.youtube.com/watch?v=t8vuWl2uKmQ

   สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน 
   ปุ๋ยเพิ่งได้ไปติดตามชมหน้ากากซาลาเปาย้อนหลังในยูทูปเองค่ะ หน้ากากซาลาเปาท่านนี้ร้องเพลงได้ไพเราะมาก ไพเราะจนไม่ต้องไปสนใจแล้วว่าภายใต้หน้ากากนี้ เขาคือใคร เพราะพลังเสียงของเขา รวมไปถึงการถ่ายทอดบทเพลงภาษาเกาหลี ทำให้ผู้ฟังทั้งชาวไทยและชาวเกาหลีต่างชื่นชมกันเป็นอย่างมาก หน้ากากซาลาเปาเข้าถึงอารมณ์ของเพลงจนสามารถถ่ายทอดได้อย่างกินใจ โดยบทเพลงนี้มีชื่อว่า "โบ โก ชิบ ดา" (Bo Go Ship Da  보고 싶다) ซึ่งมีความหมายว่า ผมคิดถึงคุณ ศิลปินที่ถ่ายทอดบทเพลงนี้คือ คิมบอมซู (김범수)  ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงประกอบซีรี่ส์เกาหลีเรื่อง ฝากรักไว้ที่ปลายฟ้า (Stairway to heaven 천국의 계단) ออกอากาศในประเทศไทยทางช่อง ๓ เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ จนถึงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๙ นำแสดงโดย ชเวจีวู , ควอนซังวู , คิมแตฮี และชินฮย็อนจุน ค่ะ 

Bo Go Ship Da - Ost.ฝากรักไว้ที่ปลายฟ้า
Artist : 김범수 (Kim Bum Soo)
Song : 보고 싶다 (I Miss You)
Stairway to heaven OST


아무리 기다려도 난 못가
อา มู รี คี ทา รยอ โด นัน มท กา
ผมจะไม่ไปไหน ไม่ว่าอย่างไรก็จะรอ

바보처럼 울고 있는 너에 곁에
พา โบ ชอ รอม อุล โก อิน นึน นอ เอ คยอ เท
เหมือนคนโง่เหลือเกินที่ร้องไห้อยู่ข้างๆ เธอ

상처만 주는 나를 왜 모르고
ซัง ชอ มัน จุ นึน นา รึล เว โม รือ โก
ผมไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงทำให้ผมเจ็บ

기다리니 떠나가란 말야
คี ทา รี นี ตอ นา กา รัน มา รยา
ผมจะไม่จากไป จะรออยู่ตรงนี้

보고 싶다 보고 싶다
โพ โก ชิบ ตะ โพ โก ชิบ ตะ
คิดถึง คิดถึงคุณเหลือเกิน

이런 내가 미워질만큼
อี รอน เน กา มี วอ ชิล มัน คึม
เวลานี้คุณคงจะเกลียดผม

울고 싶다 네게 무릎 꿇고
อุล โก ชิพ ตะ เน เก มู รึพ กุล โก
อยากจะร้องไห้ คุกเข่าลงเพื่อเธอ

모두 없던일이 될수 있다면
โม ดู ออบ ตอน อี รี ทเวล ซุ อิท ตา มยอน
ถึงแม้มันจะเปลี่ยนไป แต่ทุกอย่างคงไม่เหมือนเดิม

미칠듯 사랑했던 기억이
มี ชิล ดึท ซา รัง เฮท ตอน คี ออ กี
ความทรงจำที่เคยบ้าในเรื่องความรัก

추억들이 너를 찾고 있지만
ชู ออก ทึล รี นอ รึล ชัท โก อิท จี มัน
ความทรงจำมากมายที่พบว่ามีแต่เรื่องของคุณ

더 이상 사랑이란 변명에
ทอ อี ซัง ซา รา งี รัน พยอน มยอ เง
แต่ว่าเรา 2 คนไม่สามารถรักกันไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว

너를 가둘수 없어
นอ รึล คา ดุล ซุ ออบ ซอ
ผมไม่สามารถฉุดรั้งคุณเอาไว้ได้

이러면 안되지만
อี รอ มยอ นัน ดเว จี มัน
แต่อย่างไรก็ตาม ผมเองก็ไม่อยากจะให้เป็นแบบนี้

죽을만큼 보고 싶다
ชุ กึล มัน คึม โพ โก ชิบ ตะ
คิดถึงคุณแทบตาย

보고 싶다 보고 싶다
โพ โก ชิบ ตะ โพ โก ชิบ ตะ
คิดถึง คิดถึงคุณเหลือเกิน

이런 내가 미워질만큼
อี รอน เน กา มี วอ ชิล มัน คึม
เวลานี้คุณคงจะเกลียดผม

믿고 싶다 옳은 길이라고
มิท โก ชิบ ตะ โอ รึน คี รี รา โก
ผมเชื่อว่านี่เป็นหนทางที่ถูกต้องแล้ว

너를 위해 떠나야만 한다고
นอ รึล วี เฮ ตอ นา ยา มัน ฮัน ตา โก
ที่ผมจะจากไปเพื่อคุณ

미칠듯 사랑했던 기억이

มี ชิล ดึท ซา รัง เฮท ตอน คี ออ กี
ความทรงจำที่เคยบ้าในเรื่องความรัก

추억들이 너를 찾고 있지만
ชี ออก ทึล รี นอ รึล ชัท โก อิท จี มัน
ความทรงจำมากมายที่พบว่ามีแต่เรื่องของคุณ

더 이상 사랑이란 변명에

ทอ อี ซัง ซา รา งี รัน พยอน มยอ เง
แต่ว่าเรา 2 คนไม่สามารถรักกันไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว

너를 가둘수 없어
นอ รึล คา ดุล ซุ ออบ ซอ
ผมไม่สามารถฉุดรั้งคุณเอาไว้ได้

이러면 안되지만
อี รอ มยอ นัน ดเว จี มัน
แต่อย่างไรก็ตาม ผมเองก็ไม่อยากจะให้เป็นแบบนี้

죽을만큼 보고 싶다

ชุ กึล มัน คึม โพ โก ชิบ ตะ
คิดถึงคุณแทบตาย

죽을 만큼 잊고 싶다
ชุ กึล มัน คึม อิท โก ชิบ ตะ
อยากจะลืมคุณแทบตาย...


ขอขอบคุณเนื้อเพลงจาก https://www.gotoknow.org/posts/532539


////////////////////////////////////////////////////////////////////////

หรือว่าหน้ากากซาลาเปา จะเป็น อี กวาง ซู ผู้เป็น Asia Prince แห่งรายการ Running Man ... 



เครดิตภาพจาก http://www.allkpop.com/article/2016/02/lee-kwang-soo-to-make-a-special-appearance-on-the-drama-hwarang

**************************************************

ฉันคือคนหนึ่งที่ชื่อปุ๋ย 

จันทร์ที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๐ 


วันพฤหัสบดีที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2560

กล้วยบวชชี นารีจำศีล

椰浆甜份蕉汤



สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน 

ปุ๋ยคิดว่าทุกท่านคงจะเคยได้รับประทาน กล้วยบวชชี หรือ นารีจำศีล อันเป็นคำสุภาพ ซึ่งเป็นของหวานที่อร่อย รับประทานได้อย่างเพลิดเพลิน โดยภาพที่ปุ๋ยได้แนบมาด้วยนี้ พระมารดาของปุ๋ยได้ทำขึ้นเมื่อเช้าเองค่ะ น่ารับประทานหรือไม่คะ ...
กล้วยบวชชี เป็นขนมหวานชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กล้วยน้ำว้า มะพร้าวหรือน้ำกะทิเป็นวัตถุดิบที่คนไทยนำมาใช้ประกอบอาหาร ตั้งแต่สมัยโบราณจนปัจจุบัน 
สำหรับบทความนี้ ปุ๋ยขอนำเสนอถึงประโยชน์ของกล้วยทั้งในแง่ของการรับประทาน และในแง่ของการนำส่วนต่างๆของต้นกล้วยมาใช้ให้เกิดประโยชน์ค่ะ 

ประโยชน์ของการรับประทานกล้วย ประกอบด้วย 
๑. ช่วยลดกลิ่นปากได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ควรรับประทานหลังตื่นนอนตอนเช้าทันทีแล้วจึงค่อยแปรงฟัน และถ้าเป็นกล้วยน้ำว้าจะยิ่งช่วยลดกลิ่นปากได้ดีขึ้น
๒. กล้วยช่วยควบคุมอุณหภูมิในร่างกายให้เป็นปกติ
๓. กล้วยอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่สำคัญและจำเป็นต่อร่างกาย เช่น ธาตุเหล็ก , ฟอสฟอรัส, โพแทสเซียม, แมกนีเซียม, คาร์โบไฮเดรต, โปรตีน ,วิตามินเอ, วิตามินบี ๖, วิตามินบี ๑๒ และวิตามินซี
๔. ช่วยเพิ่มพลังให้แก่สมอง เพราะมีสารที่ช่วยทำให้มีเกิดสมาธิและมีการตื่นตัวตลอดเวลา๕. กล้วยก็มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความแก่ตัวของร่างกาย
๖. กล้วยมีส่วนช่วยในการลดความอ้วนได้ เพราะช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้ลดอาการอยากรับประทานของจุกจิกลงได้พอสมควร
๗. กล้วยช่วยสามารถทำให้ท่านนอนหลับดีขึ้น
๘. กล้วยช่วยลดอาหารหงุดหงิดในยามเช้าลงได้
๙. กล้วยช่วยลดอาการหงุดหงิดของผู้หญิงในช่วงที่มีประจำเดือน
๑๐. กล้วยช่วยลดอาการเมาค้างได้ดีระดับหนึ่ง เพราะจะช่วยชดเชยน้ำตาลที่ร่างกายขาดไปในขณะดื่มแอลกอฮอล์
๑๑. กล้วยเป็นตัวช่วยสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ เพราะในกล้วยมีวิตามินเอ, วิตามินซี , วิตามินบี ๖, วิตามินบี ๑๒ , โพแทสเซียม และแมกนีเซียมที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นจากการเลิกนิโคติน
๑๒. กล้วยช่วยรักษาอาการท้องผูก เพราะกล้วยมีเส้นใยและกากอาหารซึ่งจะช่วยให้ขับถ่ายได้อย่างปกติ
๑๓. ช่วยบรรเทาอาการของริดสีดวงทวารหรือในขณะขับถ่ายจะมีเลือดออกมา
๑๔. ช่วยลดอาการเสียดท้อง ลดกรดในกระเพาะ การกินกล้วยจะทำให้ท่านรู้สึกผ่อนคลายจากอาการนี้ได้
๑๕. ช่วยรักษาโรคโลหิตจางได้ เพราะในกล้วยมีธาตุเหล็กสูง ซึ่งจะช่วยในการผลิตฮีโมโกลบินในเลือด เพื่อรักษาภาวะโลหิตจางหรือผู้ที่อยู่ในสภาวะขาดกำลัง
๑๖. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูงหรือเส้นเลือดฝอยแตกได้
๑๗. ช่วยลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดเส้นโลหิตแตกได้
๑๘. สำหรับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะหรือกระเพาะอักเสบ การรับประทานกล้วยบ่อยๆนั้นเป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะกล้วยมีสภาพเป็นกลาง มีความนิ่มและเส้นใยสูง
๑๙. ช่วยรักษาแผลในลำไส้เรื้อรัง เพราะกล้วยมีสภาพเป็นกลาง ทำให้ไม่เกิดการระคายเคืองในผนังลำไส้และกระเพาะอาหารด้วย
๒๐. ช่วยรักษาโรคซึมเศร้า ภาวะความเครียด เพราะกล้วยมีโปรตีนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Tryptophan ซึ่งช่วยในการผลิตสาร Serotonin หรือฮอร์โมนแห่งความสุข จึงมีส่วนช่วยในการผ่อนคลายอารมณ์ได้ดียิ่งขึ้น
๒๑. กล้วยช่วยลดอัตราการเกิดตะคริวบริเวณมือ เท้า และน่องได้
๒๒. กล้วยช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องของมารดาลงได้
๒๓. กล้วยมีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการนิ่วในไตได้ในระดับหนึ่ง

ส่วนต่างๆของต้นกล้วยก็มีประโยชน์เช่นกัน ซึ่งประโยชน์เหล่านั้นประกอบด้วย
๑. เนื้อกล้วยสามารถนำมาทำเป็นมาสก์หน้าได้ โดยจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว ช่วยลดความหยาบกร้านของผิว วิธีง่ายๆคือ  ใช้กล้วยสุกหนึ่งผลมาบดให้ละเอียด แล้วเติมน้ำผึ้ง ๒ ช้อนโต๊ะ จากนั้นคลุกให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ ๑๕ นาทีแล้วล้างออก
๒. เปลือกกล้วยสามารถแก้ผื่นคันที่เกิดจากยุงกัดได้ ด้วยการลองใช้ด้านในของเปลือกกล้วยทาบริเวณที่ถูกยุงกัด อาการคันจะลดลงไปได้ระดับหนึ่ง
๓. เปลือกด้านในของกล้วยช่วยในการรักษาโรคหูดบนผิวหนังได้ โดยใช้เปลือกกล้วยวางบนลงบริเวณหูดแล้วใช้เทปกาวแปะไว้
๔. เปลือกกล้วยด้านในช่วยฆ่าเชื้อที่เกิดจากบาดแผลได้เหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามเมื่อแปะที่บาดแผลแล้วก็ควรจะเปลี่ยนเปลือกใหม่ทุกๆ ๒ ชั่วโมงด้วย
๕. ยางของกล้วยสามารถนำมาใช้ในการห้ามเลือดได้
๖. ก้านใบตอง ช่วยลดอาการบวมของฝี แต่ก่อนใช้ต้องตำให้แหลกเสียก่อน
๗. ใบอ่อนของกล้วย หากนำไปอังไฟให้นิ่ม ก็ใช้ประคบแก้อาหารเคล็ดขัดยอกได้
๘. หัวปลีนำมารับประทานเพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งบำรุงและขับน้ำนมสำหรับมารดาหลังคลอดบุตร
๙. ผลดิบนำมาบดให้ละเอียดทั้งลูกผสมกับน้ำสะอาด รับประทานเพื่อแก้อาการท้องเสีย
๑๐. ใบตอง เป็นอีกส่วนของกล้วยที่นำมาใช้ประโยชน์กันอย่างมาก เช่น ทำกระทง ห่อขนม ห่ออาหาร ทำบายศรี บวงสรวงต่าง ๆ


ประโยชน์ของกล้วยมีมากมายขนาดนี้ หากท่านใดไม่ชอบรับประทานกล้วย คงพลาดคุณประโยชน์ที่ธรรมชาติได้รังสรรค์มาเพื่อท่าน ปุ๋ยว่าหากท่านใดท้องผูกแล้วล่ะก็ ลองพิจารณามารับประทานกล้วยให้เป็นผู้ช่วยในการบรรเทาอาการท้องผูกของท่านก็ไม่เลวนะคะ จะรับประทานแบบสดๆ หรือรับประทานแบบกล้วยบวชชีก็ดีค่ะ เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของท่านผู้อ่านนะคะ 

ขอขอบคุณข้อมูลด้านประโยชน์ของกล้วยจาก https://medthai.com/กล้วย/ ด้วยค่ะ 

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ฉันคือคนหนึ่งที่ชื่อปุ๋ย 
พฤหัสบดีที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๐ 


วันอังคารที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2560

รูปที่มีทุกบ้าน ตอนที่ ๓








พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชีนีนาถ จากสถานที่ต่างๆ 

--------------------------------------------------

ดั่งพิรุณโปรยปรายเปรียบสายน้ำ 
ให้ชื่นฉ่ำถิ่นไทยทั่วทั้งผอง 
ณ สยาม ธ ปกเกล้าแสนเรืองรอง 
แผ่นดินทองแผ่นดินไทยได้ร่มเย็น 

ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ 

************************************

ฉันคือคนหนึ่งที่ชื่อปุ๋ย 
อังคารที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๐ 



บทเพลงของพ่อ


เครดิตจาก https://www.youtube.com/watch?v=MPGeUZO5ebw

สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน 
ถึงแม้ว่าการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะผ่านพ้นไปกว่า ๖ เดือนแล้ว ทว่าประชาชนคนไทยก็ยังคงมิลืมเลือนพระองค์ท่าน เมื่อไรที่มีเวลาว่างก็จะเดินทางไปยังพระบรมมหาราชวังเพื่อกราบพระบรมศพของพระองค์ท่าน วันนี้ปุ๋ยได้นำเพลงที่ปุ๋ยชื่นชอบอยู่เพลงหนึ่ง ซึ่งได้กล่าวถึงการทรงดนตรีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เมื่อประชาชนได้รับฟังเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ ก็จะรู้สึกสุขใจ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ใดก็รู้สึกว่าพระองค์ท่านทรงอยู่กับเรา ทำให้เรานั้นมีกำลังใจและสู้ต่อไป บทเพลงนี้มีชื่อว่า "บทเพลงของพ่อ" ค่ะ เพลงนี้ได้รวบรวมศิลปินไว้หลายท่าน ซึ่งทุกท่านล้วนมีหัวใจดวงเดียวกัน นั่นก็คือ หัวใจที่รักพ่อของแผ่นดินค่ะ 


เพลง บทเพลงของพ่อ
คำร้อง/ทำนอง ตรัย ภูมิรัตน
เรียบเรียง บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์, กันต์ รุจิณรงค์

ศิลปิน บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์, บอย ตรัย ภูมิรัตน, ปุ๊ อัญชลี จงคดีกิจ, บี พีระพัฒน์ เถรว่อง, บอย พิษณุ นิ่มสกุล, สงกรานต์ รังสรรค์ ปัญญาเรือน, เก่ง ธชย ประทุมวรรณ, ปั่น ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว, บิลลี่ โอแกน, โย่ง อนุสรณ์ มณีเทศ, กบ ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี, ทอม อิศรา กิจนิตย์ชีว์, ลุลา กันยารัตน์ ติยะพรไชย,เทียรี่ สุทธิยงค์ - เจสซี่ เมฆ เมฆวัฒนา, แปม ศิรภัสรา สินตระการผล, เพลง ธนิสสา อินทฤทธิ์, 
สปาย ภาสกรณ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์, ตุล ไวฑูรเกียรติ, วิน ศิริวงศ์, เป้ บดินทร์ เจริญราษฎร์, เต้ง พิชัย จิราธิวัฒน์, ดุ๋ง พาที สารสิน, อะตอม ชนกันต์ รัตนอุดม, เควิน กวิน อินทวงษ์, กานต์ นิภัทร์ กำจรปรีชา

ทุกครั้งที่ฉันได้ฟังบทเพลงของพ่อ
เห็นภาพพ่อเล่นดนตรี ฉันก็สุขใจ
ต่อให้ไกลไปสุดแดนดิน หัวใจเรายังได้ยิน
อยู่แห่งหนใด เหมือนท่านอยู่ใกล้

หากลูกได้มีโอกาสร้องเพลงถึงพ่อ
ก็ไม่อาจหาคำใดเพียงพอ เพื่อบรรยาย
ทุกสิ่งที่ท่านเคยได้ทำ ลูกทุกคนยังจดจำ
มันช่างมากมาย มากมายเหลือเกิน

ในหัวใจ หลายครั้ง มีพ่อมอบพลังให้สู้
คอยชี้ทาง ให้รู้ มีบทเรียนไว้คอยหนุนใจ
ทุกครั้งที่ลูกได้ยิน เพลงของพ่อเมื่อไร
หัวใจเหมือนมีพลัง ยิ้มสู้ไหว

หากฉันได้ร้อง บทเพลงถึงพ่อ
ฉันคงจะขอ ร้องว่ารักพ่อ สุดหัวใจ
มาช่วยกันร้อง แสดงความรักที่มากมาย
ให้ทุกท่วงทำนอง ให้ทุกคำที่ร้อง
ให้เปล่งออกมาจากความรัก ของหัวใจคนไทย

ต่อให้ไกลไปสุดแดนดิน หัวใจเรายังได้ยิน
อยู่แห่งหนใด เหมือนท่านอยู่ใกล้

ในหัวใจ หลายครั้ง มีพ่อมอบพลังให้สู้
คอยชี้ทาง ให้รู้ มีบทเรียนไว้คอยหนุนใจ
ทุกครั้งที่ลูกได้ยิน เพลงของพ่อเมื่อไร
หัวใจเหมือนมีพลัง ยิ้มสู้ไหว

หากฉันได้ร้อง บทเพลงถึงพ่อ
ฉันคงจะขอ ร้องว่ารักพ่อสุดหัวใจ
มาช่วยกันร้อง แสดงความรักที่มากมาย
ให้ทุกท่วงทำนอง ให้ทุกคำที่ร้อง
ให้เปล่งออกมาจากความรัก ของ

หากฉันได้ร้อง บทเพลงถึงพ่อ
ฉันคงจะขอ ร้องว่ารักพ่อ สุดหัวใจ
มาช่วยกันร้อง แสดงความรักที่มากมาย
ให้ทุกท่วงทำนอง ให้ทุกคำที่ร้อง
ให้เปล่งออกมาจากความรัก ของ หัวใจคนไทย


//////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ข้าพเจ้าน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ 

ฉันคือคนหนึ่งที่ชื่อปุ๋ย 
อังคารที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ.๒๕๖๐ 

วันพุธที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2560

ร่วมกันให้กำลังใจบุคคลใน ๓ จังหวัดชายแดนภายใต้กันค่ะ

    

     สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน
     เมื่อวานช่วงเย็นที่ผ่านมานี้ ปุ๋ยได้มีโอกาสถ่ายทอดกำลังใจให้กับบุคคลที่อยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กับ OXFAM ซึ่งองค์กรนี้เป็นองค์กรที่ไม่ได้แสวงหาผลกำไร เจ้าหน้าที่ของ OXFAM ก็เพียงขอให้ปุ๋ยได้เขียนคำให้กำลังใจ ซึ่งเจ้าหน้าที่ขององค์กรจะนำสมุดที่เขียนข้อความไปให้ผู้หญิงที่สูญเสียสามีจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นได้อ่านกัน ในเมื่อจะเขียนให้กำลังใจต่อผู้อ่านแล้ว ปุ๋ยก็ขอเขียนข้อความที่ปุ๋ยเชื่อว่าน่าจะทำให้ผู้อ่านมีความหวังและสู้ต่อไปได้ โดยปุ๋ยได้เขียนประมาณว่า 
     "วันนี้คงจะเป็นวันที่ไม่ดีสำหรับคุณ แต่ขอให้คุณมีชีวิตต่อไป และมีกำลังใจต่อสู้ แล้ววันที่ดีจะเป็นวันของคุณอย่างแน่นอน ขอพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ ๙ คุ้มครองคุณค่ะ" 
     ปุ๋ยเชื่อว่าคนไทยเราทุกคนล้วนรักในหลวงรัชกาลที่ ๙ พี่น้องในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็รักพระราชาผู้ทรงธรรมของพวกเขาเช่นเดียวกัน พระองค์ท่านจะทรงปกปักคุ้มครองเราชาวไทยตลอดไป ขอแค่เราอย่าเพิ่งยอมแพ้ต่อโชคชะตา แล้วชีวิตของเราก็มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและมีความสุขขึ้นได้ เหมือนดั่งที่พระองค์ท่านไม่ทรงยอมแพ้ต่อการทรงงานอันเหนื่อยยากค่ะ 
     สำหรับองค์กร OXFAM นี้ ก็มี เฟซบุ๊กแฟนเพจ ของเขาเองด้วยนะคะ ซึ่งนั่นก็คือ Oxfam in Thailand ท่านผู้อ่านสามารถเข้าไปดูรูปภาพ ตลอดจนเนื้อหาต่างๆขององค์กรนี้ได้ ซึ่งเมื่ออ่านแล้วก็อาจจะเปลี่ยนทัศนคติการใช้ชีวิตของท่านผู้อ่านเองก็ได้นะคะ เพราะว่าเราอาจะคิดว่าในเวลานี้เรามีความทุกข์มาก ทำงานอะไรออกมาก็ไม่มีความสุขเลย เหนื่อยเหลือเกิน แต่ปุ๋ยเชื่อว่าท่านยังโชคดีกว่าคนจำนวนไม่น้อยในสังคมที่เหนื่อยกว่าท่าน ไม่มีความสุขมากกว่า เขาต้องต่อสู้เพื่อให้ชีวิตของเขาเองอยู่รอดบนโลกใบนี้ต่อไป ดังนั้นขอให้ท่านคิดว่าสิ่งที่เข้ามาในชีวิตที่ท่านได้เจอมานั้น ยังน้อยกว่ากลุ่มคนเหล่านั้นก็ได้ นำเอาเวลาที่เคร่งเครียดกับชะตาชีวิตของท่านเอง ไปเพิ่มเติมรอยยิ้มและความรู้จะเป็นการดีกว่านะคะ เนื่องจากทำให้ความเครียดลดน้อยลงแล้ว ยังทำให้จิตใจของเราเข้มแข็งขึ้น และเผื่อว่าอนาคตจะได้พัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคลที่ขาดแคลนกว่าเรา ให้เติมเต็มและสมบูรณ์ขึ้นมาได้ค่ะ 

     ฉันคือคนหนึ่งที่ชื่อปุ๋ย 
     พุธที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๐ 

วันศุกร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2560

ผ่อนคลายกับ《ปลาย นักสืบจำเป็น》ตอนที่ ๓

    สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน
   มาพบกันกับเรื่อง ปลาย นักสืบจำเป็น อีกครั้งแล้วค่ะ วันนี้นำเสนอเป็นตอนที่ ๓ ซึ่งนำตอนที่ ๒ ของนิยายมาเล่าให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกัน โดยในตอนนี้มีชื่อว่า "นักฟุตบอลเปื้อนเลือด" และตอนนี้ไม่มีนางเอกของเรา มีเพียงแต่พระเอกที่มาไขคดีนี้เท่านั้นค่ะ
   เหตุที่ไม่มีนางเอกก็เพราะว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงการแข่งขันฟุตบอลของมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่างคณะวิทยาศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยงานนี้หนุ่มผมตั้ง ปลายฟ้า ก็ลงแข่งขันด้วย แถมเขายังเป็นถึงกัปตันทีมของคณะวิทยาศาสตร์อีกต่างหาก พ่อหนุ่มผมตั้งผู้นี้มีฝีมือไม่ธรรมดาเลยทีเดียว... 
   การแข่งขันครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่แท้ที่จริงแล้ว มีความผิดปกติที่ปลายสัมผัสได้ เพราะนักแข่งบางคนในทีมเล่นกันเหมือนไม่อยากจะชนะ ซึ่งผิดฟอร์มจากการแข่งครั้งก่อนๆโดยสิ้นเชิง หมดเวลาครึ่งแรกก็ยังทำอะไรกันไม่ได้ คะแนนเท่ากันอยู่ที่ ศูนย์ประตูต่อศูนย์
   เมื่อมาถึงห้องพักในช่วงพักครึ่ง นักแข่งในทีมคณะวิทยาศาสตร์ หมายเลข ๑๑ ผู้มีนามว่า อ๊อฟ เกิดทะเลาะกันกับนักแข่งในทีมคณะวิศวกรรมศาสตร์ หมายเลข ๖ ผู้มีนามว่า อาร์ท ทำให้เกือบจะมีการชกต่อยกัน แต่ทว่าโชคยังดีที่มีเพื่อนของทั้ง ๒ ทีมคอยห้ามไว้ 
   แต่แล้วเรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อนักแข่งผู้หนึ่งของทีมคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้เสียชีวิตลง...
   อ้าว!!แล้วทำไมเสียชีวิตได้ล่ะ คงไม่ใช่มีใครไปฆ่าเขาหรอกนะ 
   ถั่วต้มแล้วค้าบบบบ...เอ้ย ไม่ใช่ๆๆ!! ถูกต้องแล้วครับ มีการฆาตกรรมเกิดขึ้น และเรื่องมันก็มีอยู่ว่า... ว่า...ว่า...
   ในช่วงพักครึ่งนี้ มีนักแข่งของทีมคณะวิศวกรรมศาสตร์ต้องการให้นักแข่งผู้หนึ่งของทีมคณะวิทยาศาสตร์ ทำเรื่องๆหนึ่ง ที่ไม่สมควรทำในการแข่งขัน โดยพวกเขาไปเจรจาลับกันที่ด้านในของใต้อัฒจันทน์ในสนามฟุตบอล ซึ่งนักแข่งของทีมคณะวิทยาศาสตร์ผู้นี้ไม่ยอมทำความต้องการของนักแข่งทีมคณะวิศวกรรมศาสตร์ และจะนำเรื่องไปแจ้งกรรมการ อีกด้วย ด้วยเหตุนี้ทำให้นักแข่งของคณะวิศวกรรมศาสตร์โมโห จึงทำร้ายคนผู้นั้น แต่ว่าชายผู้นั้นเมื่อถูกทำร้ายจนต้องถอยร่นไปจนด้านหลังติดกับข้างของที่วางกองอยู่ ก็เกิดคว้าเหล็กปลายแหลมขึ้นมาได้ จึงยื่นเข้าเสียบไปที่อกของอีกฝ่ายในทันที เป็นเหตุให้นักแข่งของทีมคณะวิศวกรรมศาสตร์ผู้นั้นลาจากโลกใบนี้ไปก่อนวัยอันสมควร ...
   เมื่อถึงเวลาต้องลงแข่งขันในครึ่งหลัง ทั้ง ๒ ทีมก็ตามหานักแข่งของทีมตนเองกันให้วุ่นวาย จนกระทั่งมาพบว่า นักแข่งหมายเลข ๖ ของทีมคณะวิศวกรรมศาสตร์ ที่ชื่อว่า อาร์ท ได้เสียชีวิต ตรงด้านในของใต้อัฒจันทน์ในสนามฟุตบอล ซึ่งแน่นอนว่าการแข่งขันก็ต้องยุติลง และดำเนินการสืบสาวราวเรื่องที่มีการฆาตกรรมนี้ให้เรียบร้อย 
   และตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้ ก็มิใช่ใครอื่น เพราะเขาคือ...สารวัตรสรวุทธ เจ้าเก่านั่นเอง และแน่นอนว่าเมื่อมีคดีเกิดขึ้น ปลาย นักสืบจำเป็น ของพวกเราก็ต้องเข้ามาสืบด้วย และสารวัตรสรวุทธก็ไม่ยอมให้ปลายเข้ามาสืบอีกคราเหมือนในคดีคอมพิวเตอร์มรณะ แต่มีหรือที่ปลายจะยอมแพ้ ในเมื่ออำนาจมืดได้อยู่ในมือของปลายอยู่แล้ว ต้องนำออกมาใช้สิ ถึงจะเกิดประโยชน์ ซึ่งสารวัตรสรวุทธก็ต้องทำตามที่เบื้องบนสั่งลงมา ให้ปลายช่วยสืบคดีนี้ โดยที่สารวัตรหนุ่มผู้นี้ก็สงสัยอยู่ไม่น้อยว่าปลายคือใคร เหตุใดจึงมีอิทธิพลได้มากมายเพียงนี้ 
   แต่เรื่องที่ปลายเป็นใครนั้น คงต้องพักไว้ก่อน แล้วมาจัดการวิเคราะห์คดีนี้ให้จบสิ้นกันเสียก่อน โดยในที่เกิดเหตุได้พบไดอิ้งเมสเซจจากอาร์ทอีกด้วย ซึ่งข้อความที่ทิ้งไว้ก่อนอาร์ทจะสิ้นใจนั้น เป็นลักษณะของคราบเลือดที่พื้นอยู่ที่ตำแหน่งเหนือมือขวาของรอยชอล์กที่ขีดแทนร่างของอาร์ท เป็นรอยขีดตรงๆ ๒ ขีด ซึ่งเมื่อเห็นดังนี้แล้ว สารวัตรสรวุทธก็สรุปเลยว่า คนที่น่าสงสัยว่าเป็นฆาตกรนั้น คือ อ๊อฟ นักแข่งของทีมคณะวิทยาศาสตร์ หมายเลข ๑๑ เพราะก่อนที่อาร์ทจะตายนั้น ได้ทะเลาะกับอ๊อฟในช่วงพักครึ่ง ซึ่งนั่นน่าจะเป็นเหตุแห่งการฆาตกรรมในครั้งนี้ สารวัตรสรวุทธจึงสอบปากคำนักแข่งของทั้ง ๒ ทีม สารวัตรผู้นี้ก็กล่าวสรุปคดีตามที่ได้เห็นและประเมินออกมา แล้วเขายังสรุปในทันทีเลยว่าอ๊อฟคือฆาตกร และแน่นอนว่าอ๊อฟก็ต้องปฏิเสธ จะไม่ให้ปฏิเสธได้อย่างไรกัน ก็อ๊อฟไม่ใช่ฆาตกร 
   อ้าว!! แล้วฆาตกรเป็นใครกัน รีบๆเฉลยเถอะครับ!!!
   จ้ะๆๆ เฉลยแล้วจ้ะ ฆาตกรที่แท้จริงก็คือ เจมส์ นักแข่งหมายเลข ๑ ผู้รักษาประตูของทีมคณะวิทยาศาสตร์จ้ะ เพราะจากการสรุปผลการทดลองของปลายนั้น สาเหตุของการฆาตกรรมที่แท้จริงคือ...คือ...คือ...  
   การล้มบอล!!!
   โดยอาร์ทมาคุยกับเจมส์ เรื่องขอให้มีการล้มบอล แต่เจมส์ไม่ยอมที่จะล้มบอล จึงทำให้ทะเลาะกัน เจมส์จึงเกิดพลั้งมือใช้เหล็กปลายแหลมแทงอาร์ทไป ซึ่งก่อนที่อาร์ทจะตายนั้น ก็ได้ขีดรอยเลือดไว้ ๑ ขีด ซึ่งขีดนั้นสามารถบ่งบอกได้ว่าเจมส์คือฆาตกร เพื่อหนีความผิดที่ตนไม่ได้ตั้งใจก่อขึ้น เจมส์จึงเพิ่มอีกรอยขีดหนึ่งในภายหลัง เมื่อทราบจาก เค นักแข่งของทีมคณะวิศวกรรมศาสตร์ และ ชิด นักแข่งของทีมคณะวิทยาศาสตร์ ว่าอาร์ททะเลาะกับอ๊อฟ ดังนั้นเจมส์จึงเจรจากับชิดและเคว่าเจมส์ไม่ทราบเรื่องล้มบอล ซึ่งชิดและเคที่ทราบเรื่องการล้มบอลเป็นอย่างดี ก็ให้ความร่วมมือที่จะไม่บอกกับใครว่าเจมส์เป็นผู้ที่สังหารอาร์ท 
   แต่ที่หนุ่มผมตั้งคิดขึ้นมาได้ว่าเจมส์คือฆาตกรนั้น ก็เพราะเหล็กปลายแหลมที่แทงอาร์ทจนเสียชีวิตนั้น ไม่มีรอยนิ้วมือของฆาตกร ทุกอย่างเกิดขึ้นโดยไม่มีการวางแผนไว้ก่อน จึงไม่มีการเช็ดรอยนิ้วมือของฆาตกรออกจากเหล็กปลายแหลมอันนั้น จึงเป็นไปได้ว่าผู้ที่เป็นฆาตกรจะต้องสวมถุงมืออยู่ตลอดเวลา และในการแข่งขันฟุตบอลนั้น ผู้ที่จะสวมมืออยู่ตลอดก็คือผู้รักษาประตู ซึ่งมีแต่เจมส์ ผู้รักษาประตูของคณะวิทยาศาสตร์ที่ออกไปจากห้องพักในช่วงพักครึ่ง ในขณะที่ผู้รักษาประตูของทีมคณะวิศวกรรมศาสตร์อยู่ในห้องพักตลอด ดังนั้นก็ไม่ต้องคิดให้วุ่นวายซับซ้อน แต่ก็อย่าคิดอะไรที่ง่ายเกินไปเพียงแค่ตาเห็นนะจ๊ะ 
   และเรื่องราวคดีนักฟุตบอลเปื้อนเลือด ก็สิ้นสุดลงด้วยประการฉะนี้ โดยที่หนุ่มผมตั้งก็ขอร้องกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยเหลือเจมส์ เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้อาร์ทถึงแก่ความตาย แต่ที่ทำเพื่อป้องกันตัว ด้วยอาร์ททำร้ายเจมส์ก่อน มิเช่นนั้นคนที่บาดเจ็บคงไม่พ้นเจมส์เป็นแน่ 

***************************************************
  วันนี้ปุ๋ยเล่าคดีนักฟุตบอลเปื้อนเลือดที่เขียนอยู่ในนิยายเรื่อง ปลาย นักสืบจำเป็น อันเป็นบทประพันธ์ของคุณเด็กตกปลา แทบจะละเอียดกันเลยนะคะ คดีนี้มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย สไตล์การเล่าเรื่องชวนให้อยากอ่านให้จบ แต่ถ้าอยากทราบว่าคุณเด็กตกปลาบรรยายเรื่องราวเช่นไร ก็ต้องติดตามกันค่ะ ใบ้ให้ว่าอยู่ในเว็บเด็กดีค่ะ ...แล้ววันหลังปุ๋ยจะมาเล่าคดีอื่นๆต่อสำหรับนิยายเรื่องนี้นะคะ ... วันนี้ขอจบแต่เพียงเท่านี้ค่ะ สวัสดีค่ะ...
  
  ฉันคือคนหนึ่งที่ชื่อปุ๋ย   
  ศุกร์ที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๐  


วันศุกร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2560

มาอ่านหนังสือกันเถอะจ้ะ



เครดิตภาพจาก http://deemagz.com/2015/01/08/why-iceland-is-the-best-country/

     สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกท่าน
     วันนี้ปุ๋ยได้รับทราบข้อมูลอันมีประโยชน์จากเฟซบุ๊ก แฟนเพจ ที่มีชื่อว่า รักสยาม หนังสือเก่า ซึ่งเขาได้ระบุไว้ว่า ประเทศไอซ์แลนด์ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่รักการอ่าน ทั้งนี้ยอดเขียน การตีพิมพ์และการขายหนังสือต่อประชากรนั้นสูงที่สุดในโลก นอกจากนี้ประชากรของประเทศไอซ์แลนด์ ยังอ่านหนังสือเฉลี่ย ๔ เล่มต่อปี และที่น่าสนใจคือ ๑ ใน ๑๐ ของประชากรจะตีพิมพ์หนังสือเอง อย่างน้อย ๑ เล่มต่อปี 
     เมื่อได้รับทราบเช่นนี้แล้ว ปุ๋ยว่าเราคนไทยควรจะต้องกลับมาอ่านหนังสือกันให้มากขึ้นแล้วล่ะค่ะ เพราะเท่าที่ปุ๋ยได้เห็นมาขณะที่อยู่บนรถไฟฟ้านั้น ประชาชนแทบส่วนใหญ่จะก้มหน้าก้มตาอยู่กับโทรศัพท์มือถือของตนเอง ซึ่งปุ๋ยก็ยอมรับค่ะว่า ปุ๋ยก็ก้มหน้าก้มตาอยู่กับโทรศัพท์มือถือของตัวปุ๋ยเองเช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่าจะก้มหน้าดูแต่อะไรที่ไม่มีเข้าทีนะคะ เพราะปุ๋ยนั้นกำลังหาข่าวหรือข้อมูลต่างๆในการนำมาถ่ายทอดให้ผู้อ่านในบล็อกแห่งนี้ได้รับทราบถึงเรื่องราวอันน่าสนใจของโลกใบนี้ค่ะ (อย่าเพิ่งเบะปากมองบนกันนะคะ ปุ๋ยกล่าวเรื่องจริงค่ะ)
    เพราะปุ๋ยเชื่อว่าการอ่านหนังสือ คือการทำให้คนเราพัฒนาศักยภาพตนเองไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด และหนังสือนั้นก็ยังเป็นเพื่อนแท้ในเวลาที่เรากำลังเหงาได้อีกด้วยค่ะ 
    ถึงเวลาที่เราต้องอ่านหนังสือให้มากขึ้นกว่าเดิม จากที่อ่านเพียงแค่ ๗ บรรทัดต่อปี ให้เป็น ๑ เล่มต่อปีเถอะนะคะ เริ่มจากหนังสือที่คุณชอบ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือนิยาย การ์ตูน หรือนิตยสาร เนื่องจากหนังสือเหล่านี้มักจะมีข้อความที่ดี ซึ่งข้อความนั้นสามารถเตือนใจผู้อ่านได้อีกด้วยค่ะ  บางคนอาจจะชอบอ่านหนังสือ แต่มักจะขี้เกียจจึงมีหนังสือเต็มบ้าน หากแต่อ่านไม่จบเล่ม ดังนั้นวันนี้กลับบ้านไป หากท่านผู้อ่านมีเวลาว่าง น่าจะวางโทรศัพท์มือถือของตนเองลง และหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านนะคะ 

    ฉันคือคนหนึ่งที่ชื่อปุ๋ย
    ศุกร์ที่ ๑๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๐