วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2562

แม้ว่างานจะยากลำบากเพียงใด แต่ก็ควรทำอย่างมีความสุข

     สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน

     ปุ๋ยคิดว่าหลายๆคนคงจะเคยมีประสบการณ์ของการทำงานที่อึดอัดและไม่มีความสุขกันมาบ้างนะคะ ซึ่งปุ๋ยเองก็เคยพบเจอประสบการณ์เช่นนี้เหมือนกันค่ะ จึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้มาแบ่งปันเรื่องราวของการเป็นมนุษย์เงินเดือนนะคะ

     เมื่อตอนปีพุทธศักราช ๒๕๖๐ ปุ๋ยได้ไปทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งที่ย่านสีลม โดยเจ้าของบริษัทเป็นชาวจีนที่ชื่นชอบการ ‘สูบบุหรี่’ เป็นอย่างยิ่งค่ะ ด้วยเหตุนี้ การทำงานในห้องแคบๆที่ยังต้องได้รับกลิ่นบุหรี่โดยตลอด จึงเป็นอุปสรรคสำคัญประการหนึ่งสำหรับการทำงานที่นี่ 



      ท่านผู้อ่านจะอึดอัดหรือไม่คะถ้านายจ้างนำงานมาให้เราทำพร้อมกันกับยืนมองอยู่ด้านข้าง เพื่อดูว่าเราจะรับแรงกดดันการทำงานจากเขาได้หรือไม่ สำหรับปุ๋ยแล้ว อึดอัดเป็นอย่างมากค่ะที่นายจ้างมายืนมองเราทำงาน ทำให้ปุ๋ยรู้สึกว่า การทำงานที่นี่ ‘ยากมาก’ นอกจากนี้ งานชิ้นแรกที่มอบให้นั้น ก็ให้เราทำให้เสร็จภายในเวลา ๑ ชั่วโมง เพราะจะได้เลิกงานทันเวลา ๖ โมงเย็น แต่ทว่า งานแปลไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย ยิ่งต้องแปลภาษาไทยให้เป็นภาษาจีนอีก คำศัพท์ก็เป็นเฉพาะด้าน จำเป็นอย่างยิ่งที่ปุ๋ยต้องใช้ ‘Google Translates’ เพื่อประหยัดเวลาในการทำงานสำหรับวันแรกค่ะ



      เมื่อทำงานที่นี่ได้เพียง ๓ วัน พนักงานก็ถูกเรียกเข้าประชุม ซึ่งปุ๋ยและเพื่อนร่วมงานถูกตำหนิจนแทบจะไม่อยากมาทำงานที่นี่อีกเลย เนื่องจากแรงกดดันมหาศาลจากนายจ้าง เขาหวังให้เราทำงานได้เร็ว ถูกต้อง สวยงามอย่างมืออาชีพ แต่เขาไม่ได้ตระหนักให้ถี่ถ้วนว่า คนที่เพิ่งมาทำงาน ทั้งยังไม่เคยทำงานนี้มาก่อน จะสามารถทำทุกอย่างได้ ‘เพอร์เฟกต์’ อย่างที่เขาต้องการเชียวหรือ วันนั้นปุ๋ยแทบจะ ‘ร้องไห้’ เพราะรู้สึกว่า เป็นเวรกรรมของเราแท้ๆที่ต้องมาเผชิญกับนายจ้างที่ ‘ไร้เมตตา’ เช่นนี้ โดยเขาให้ ‘ข้ออ้าง’ กับพนักงานของเขาว่า “如果没有压力,你们没有长大。” ซึ่งมีความหมายว่า “ถ้าไม่มีแรงกดดัน พวกเธอก็ไม่เติบโต” แต่สำหรับปุ๋ยแล้ว ปุ๋ยเชื่อว่าการทำงานด้วยความสบายใจ ก็จะให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งกว่านะคะ
      หลังจากเข้ามาทำงานได้ไม่นานนั้น ปุ๋ยก็ตัดสินใจ ทำในสิ่งที่ตนเองชื่นชอบ นั่นคือ ‘การเขียนบทความ’ และ ‘การเขียนนิยาย’ ค่ะ เนื่องจากสิ่งนี้คือวิธี ‘สร้างความสุข’ สำหรับปุ๋ยค่ะ ไม่อย่างนั้นคงจะ ‘เครียด’ แย่เลย เพราะทุกๆวันจันทร์ ปุ๋ยกับเพื่อนร่วมงานต้องถูกตำหนิกับการทำงานอยู่เสมอ แม้ว่าจะ ‘ทำใจ’ ไว้แล้ว แต่ปุ๋ยก็ยัง ‘รับไม่ได้’ ค่ะ ในใจก็หวังว่าสักวัน จะรอดพ้นจากการทำงานที่แสนทุกข์แห่งนี้



      ถ้าท่านผู้อ่านจะบอกกับปุ๋ยว่าก็เป็นแบบนี้ทุกองค์กร ปุ๋ยว่าองค์กรอื่น ‘คงดีกว่านี้’ ค่ะ เนื่องจากว่า นายจ้างหรือผู้บังคับบัญชา หรือผู้ที่มีตำแหน่งสูงขององค์กรคงมี ‘น้ำใจ’ ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของผู้ปกครองหรือญาติผู้ใหญ่ของเรา ถ้าเขาได้รับทราบว่า คนในครอบครัวของเรา ไม่สบายหรือ ‘ประสบอุบัติเหตุ’ จำเป็นต้อง ‘ลางาน’ เพื่อพาไปพบแพทย์ มีอยู่วันหนึ่ง ปุ๋ยต้องพาคุณแม่ไปพบแพทย์กระดูก เพราะแม่ของปุ๋ยหลบรถที่แล่นมาโดยไม่ทันระวัง ขณะที่คุณแม่กำลังเดินอยู่ริมถนนฟุตบาท จึงทำให้คุณแม่เจ็บเข่าข้างขวาเป็นอย่างมาก ปวดบวม เดินแทบไม่ไหว ระหว่างที่ปุ๋ยรอรับยาหลังจากที่คุณแม่ได้พบแพทย์และได้รับการรักษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ปุ๋ยก็ถ่ายรูปคุณแม่ที่มาพบแพทย์ยังโรงพยาบาล ส่งไปให้ผู้ใหญ่ที่ทำงานเก่าซึ่งยังติดต่อกันได้เห็นภาพดังกล่าว ซึ่งผู้ใหญ่ในที่ทำงานเก่านั้น รีบถามถึงอาการของคุณแม่ด้วยความห่วงใย แต่นายจ้างของปุ๋ยที่ ‘ชอบตำหนิ’ พนักงาน กลับไม่มีการถามไถ่เลยแม้แต่คำเดียว หากยังส่งข้อความมาตำหนิที่ปุ๋ยแปลเนื้อหาผิดอีกต่างหาก แม้ว่าปุ๋ยจะทราบว่าปุ๋ยทำงานสะเพร่า แทนที่จะตรวจดูให้เรียบร้อยก่อน เรามีเวลาพอควร เพราะแปลงานที่บ้านแล้ว ไม่ได้ไปที่บริษัทเพราะต้องดูแลคุณแม่ แต่การถูกตำหนิเช่นนี้ ทำให้ปุ๋ย ‘เสียความรู้สึก’ ค่ะ ถ้าปุ๋ยไม่แปลงานออกไปก็ถูกตำหนิ ถ้าหากแปลไม่ถูกต้องก็ถูกต่อว่า ปุ๋ยก็มีแต่เสียกับเสีย ไม่ว่าทำด้วยความตั้งใจเพียงใดก็ต้องรับฟังคำใน ‘แง่ลบ’ เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ไม่มีแรงใจจะทำงานที่นี่ต่อ ควรจะต้องหางานใหม่ทำโดยเร็วที่สุด อย่างน้อยเราก็คงจะไม่ต้อง ‘ดมควันบุหรี่’ ให้เสียสุขภาพ แต่ความกดดันในการทำงาน ก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องมีให้ได้เผชิญกันทุกองค์กรไปค่ะ



      ปุ๋ยก็บ่นเสียมากมาย ท่านผู้อ่านคงจะแปลกใจว่าแล้วการทำงานแห่งนี้ให้ความรู้อะไรกับปุ๋ยบ้างหรือไม่ คำตอบคือ มีอยู่แล้วค่ะ
      ประการแรก ทำให้ปุ๋ยได้แปลเอกสารจากภาษาไทยเป็นภาษาจีนทุกวัน เป็นการฝึกฝน และเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆอยู่เสมอ
      ประการที่ ๒ ทำให้รู้จักนิสัยของชาวจีนมากขึ้น เนื่องจากเพื่อนร่วมงานของปุ๋ยในที่แห่งนั้นล้วนเป็นคนจีนที่เรียนภาษาไทยกันมา เมื่อมาทำงานที่ประเทศไทย ก็ต้องสนทนาภาษาไทยกับคนไทยที่ไม่ได้เรียนภาษาจีนด้วย ปุ๋ยจึงได้รู้จักนิสัยของคนจีนมากขึ้น ทั้งการรับประทานอาหารของคนจีน ที่เราอาจจะเข้าใจว่าเขาไม่รับประทานอาหารเผ็ด แต่กลับกันเลยค่ะ เพราะพวกเขาชอบรับประทานอาหารที่มีรสชาติเผ็ดกัน การพูดคุยกันของคนจีน รวมไปถึงการทำงานของพวกเขา เป็นต้น
       ประการที่ ๓ ได้ทำงานหลายอย่างที่ไม่เคยทำ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อสินค้าจากออฟฟิศเมท การชงชาจีนให้แขก การชงกาแฟให้นายจ้าง การดูแลพื้นที่ในบริษัทให้เรียบร้อย ประสานงานเรื่องซ่อมแซมอะไรต่างๆกับฝ่ายนิติบุคคล ทำให้ปุ๋ยมีประสบการณ์มากขึ้นค่ะ



      เรื่องราวการทำงานบนโลกใบนี้ล้วนไม่ได้ราบรื่นสวยงามอย่างแน่นอน ดังนั้น ปุ๋ยจึงขอฝากภาพข้อความนี้ที่ได้รับมาจากไลน์ด้วยนะคะ




      ท้ายนี้ ปุ๋ยขอบอกกล่าวคำศัพท์ภาษาจีนกลางจากข้อความข้างต้นให้ทุกท่านได้ทราบนะคะ

๑. สูบบุหรี่  抽烟  (โชว เยียน)
๒. อึดอัด  尴尬  (กาน ก้า)
๓. ทำงาน  工作  (กง จั้ว)
๔. สีลม  是隆  (ซื่อ หลง)
๕. นายจ้าง  老板  (เหลา ป่าน)
๖. ตำหนิ  批评  (พี ผิง)
๗. สุขภาพร่างกาย  身体  (เซิน ถี่)
๘. หลีกเลี่ยง  避免  (ปี้ เหมี่ยน)
๙. องค์กร  单位  (ตาน เว่ย)
๑๐. แปล  翻译  (ฟาน อี้)
๑๑. ชาวจีน  中国人  (จง กั๋ว เหยริน)
๑๒. ชาวไทย  泰国人  (ไท่ กั๋ว เหยริน)
๑๓. เรียน  学习  (เสว สี)
๑๔. ชงชา  冲茶  (ชง ฉา),泡茶  (เพ่า ฉา)
๑๕. ชงกาแฟ  冲咖啡 (ชง คา เฟย),泡咖啡  (เพ่า คา เฟย)
๑๖. นิติบุคคล  物业  (อู้ เย่) 
๑๗. ประสบการณ์  经验  (จิง เยี่ยน)
๑๘. อุบัติเหตุ  事故  (ซื่อ กู้) , 意外  (อี้ ไว่)
๑๙. ลางาน  请假  (ฉิ่ง เจี้ย) 
๒๐. กระดูก  骨头  (กู่ โถว)
๒๑. แรงกดดัน  压力  (ยา ลี่)
๒๒. เติบโต  长大  (จ่าง ต้า)
๒๓. น้ำใจ  心意  (ซิน อี้)
๒๔. บทความ  文章  (เหวิน จาง)
๒๕. นิยาย  小说  (เสี่ยว ซัว)



++++++++++++++++++++++++


ฉันคือคนหนึ่งที่ชื่อปุ๋ย

วันอังคารที่ ๒๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๒ 




วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ให้ภาพเล่าเรื่อง--มหานครกรุงเทพ

สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน 

เราผ่านสถานที่ต่างๆเป็นประจำทุกวัน บางคนก็ถ่ายภาพเก็บไว้ แต่หลายคนก็ไม่ได้ให้ความสนใจ ปุ๋ยเองก็ไม่ได้สนใจที่จะถ่ายภาพเก็บไว้ตั้งแต่แรก ทว่าปุ๋ยเสียดายหากไม่เก็บภาพตามสถานที่ต่างๆไว้ค่ะ เพราะถ้าหากในวันข้างหน้ากรุงเทพมหานครแปรเปลี่ยนไปจากวันนี้ อย่างน้อยเราก็ยังได้เห็นความเปลี่ยนผ่านของชีวิตและสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมือนเดิมค่ะ  #It'sBangkokcity


ภาพช่วงเย็นของวันศุกร์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๒
ถ่ายมาจากย่านหัวลำโพง

บ้านเรือนสองฝั่งถนน ย่านห้าแยกพลับพลาไชย
ถ่ายเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๒
 

ลูกซ้อนท้ายจักรยานของแม่ กำลังรอไฟแดง (เอ๊ะ แล้วเขาเป็นแม่ลูกกันหรือเปล่านะ)
ถ่ายเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๒

เย็นวันศุกร์เช่นนี้ การจราจรจะติดขัดหรือไม่นะ
ภาพนี้ถ่ายเมื่อถ่ายเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๒

มาถึงเสือป่าแล้วนะ
ภาพนี้ถ่ายเมื่อถ่ายเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๒

ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดของกรุงเทพมหานคร ก็มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่เสมอ
ภาพนี้ถ่ายเมื่อถ่ายเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๒

ถนนหนทางยามเย็นเช่นนี้ แม้จะมีรถอยู่บ้าง แต่ก็โอเคอยู่นะ
ภาพนี้ถ่ายเมื่อถ่ายเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๒ ขณะที่ปุ๋ยนั่งอยู่บนรถประจำทางสาย ๗

แม่น้ำเจ้าพระยายามเย็น มีแสงตะวันทอดส่อง
(ท่านเห็นไอคอนสยามไหมคะ)
ภาพนี้ถ่ายเมื่อถ่ายเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๒  

สูงจังเลย คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ภาพนี้ถ่ายเมื่อถ่ายเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๒

มาถึงแยกท่าพระแล้ว วันนี้การจราจรไม่ติดขัด จึงมาถึงได้ภายในเวลา ๑๐ นาที
ภาพนี้ถ่ายเมื่อถ่ายเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๒

รถประจำทางสาย ๗ ที่ปุ๋ยนั่งอยู่นั้น
กำลังรอสัญญาณไฟอยู่ค่ะ
ภาพนี้ถ่ายเมื่อถ่ายเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๒

ตะวันใกล้ลาลับขอบฟ้าแล้ว แสงสุริยันงดงาม
(แถมมีสายไฟด้วย)
ภาพนี้ถ่ายเมื่อถ่ายเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๒

คลองสายเล็กๆใกล้เพชรเกษม ๒๙ ค่ะ
ภาพนี้ถ่ายเมื่อถ่ายเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๒

ย่านวังบูรพา ยามเช้าของวันเสาร์ที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๒
รถกำลังรอไฟแดงค่ะ
ภาพนี้ปุ๋ยถ่ายมาขณะที่นั่งอยู่บนรถแท็กซี่ค่ะ

รถไฟฟ้าใต้ดินสถานีวัดมังกร
ยามเช้าของวันเสาร์ที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๒
 

++++++++++++++++++++++++++++++++


ฉันคือคนหนึ่งที่ชื่อปุ๋ย

วันเสาร์ที่ ๒๒ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๒ 

《大美長白山》ภูเขาฉางไป๋ที่งดงาม

เครดิตภาพจาก http://www.mafengwo.cn/travel-scenic-spot/mafengwo/10072.html
เครดิตภาพจาก https://solomo.xinmedia.com/china/14073-changbai

《大美長白山》

     長白山脈總面積1964平方千米,海拔2691米,是中國東北最高峰、並且是鴨綠江、松花江、圖們江的發源地!是滿族的發祥地和文化聖山,長白山脈「長白」二字即為「長相守,共白頭」代表著人們的忠貞與熱情!千里冰封,萬里雪飄,白雪皚皚,冰凍三尺。那純潔的白雪,讓人忍不住陶醉,大雪如鵝毛,飄飄灑灑給大地帶來裝飾。
     長白山北坡的長白瀑布群,這是每個來到長白山遊玩的人都會前往的景點,瀑布在乘槎河流到1250米後,飛流直瀉,便形成高達68米的長白瀑布非常壯觀。綠淵潭因池水碧綠深窘而得名,每逢霧起,潭上水霧瀰漫,美不勝收,恰似人間仙境,有「小九寨」之稱。
     「千年積雪萬年松,直上人間第一峰」的長白山北坡天池,冬天因為天氣原因,能上山的天數有限,如果能夠看到天池那更是幸運。冬季的長白山北坡天池,水面變成冰面,冰面又被厚厚的白雪覆蓋成了雪面,四周被群峰環繞。這是偉大的自然景觀所震撼。美麗的長白山,壯麗而神奇,令人嚮往與陶醉。

     本文來源:泰中吉林總商會首届就職典禮儀式的特刊



เครดิตภาพจาก https://solomo.xinmedia.com/china/14073-changbai
เครดิตภาพจาก https://kknews.cc/travel/ypqljkg.html



“ภูเขาฉางไป๋ที่งดงาม”

      ภูเขาฉางไป๋เป็นภูเขาที่มีพื้นที่ ๑๙๖๔ เมตร เป็นภูเขาที่สูงสุดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำยาลู่ แม่น้ำซงฮัว และแม่น้ำถูเหมิน เป็นจุดกำเนิดของวัฒนธรรมชาวแมนจู
      คำว่า ‘ฉางไป๋’ อันมีความหมายว่า สีขาวที่ทอดยาว มาจากคำว่า “สีขาวที่ปกคลุมระยะทางที่ยาวไกล” เป็นการพรรณนาให้เราเห็นว่า ภูเขาแห่งนี้มีน้ำแข็งที่ถูกแช่ไว้พันลี้ หิมะที่ลอยไปไกลหมื่นลี้ เปรียบได้ดั่งขนสีขาวของห่านที่ล่องลอยมาตกแต่งภูเขานี้
      น้ำตกหลายสายซึ่งไหลจากด้านเหนือของภูเขาฉางไป๋ เป็นสถานที่ซึ่งนักท่องเที่ยวให้ความสนใจ เมื่อน้ำตกที่สูงกว่า ๑๒๕๐ เมตร บนยอดเขาแห่งนี้ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำเฉิงฉาแล้ว ก็กลายเป็นน้ำตกฉางไป๋ที่มีความสูงกว่า ๖๘ เมตร นอกจากนี้ สระมรกตถานอินซึ่งเห็นน้ำสีเขียวสดใส เป็นสถานที่บนเขาที่งดงามและมีชื่อเสียง เนื่องด้วยละอองน้ำที่ซึมซาบมายังบุคคลที่ได้สัมผัส ยังความรู้สึกวิเศษ เปรียบดั่งจุดบรรจบกันของโลกมนุษย์และสรวงสวรรค์ จนได้รับการขนานนามว่า ‘จิ่วไจ่โกวน้อย’
      “หิมะปกคลุมสนร่วมพันปี สู่คราแรกต่อคนในปฐพี” คือนิยามของภูเขาฉางไป๋ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปได้อย่างจำกัดในช่วงฤดูหนาว ถ้าหากท่านสามารถมองเห็นทะเลหมอกได้ นับว่าเป็นโชคดีอย่างยิ่ง และท่านยังได้เห็นน้ำที่แปรเปลี่ยนเป็นแผ่นน้ำแข็ง และแผ่นน้ำแข็งเหล่านั้นก็ยังมีหิมะสีขาวโพลนปกคลุมอีกชั้น ธรรมชาติโดยรอบนั้นงดงาม และมีมนต์ขลังที่ทำให้นักท่องเที่ยวล้วนหลงใหล


      แหล่งที่มาของบทความจาก หนังสือที่ระลึกงานฉลองเปิดสมาคมการค้าไทย-จี๋หลิน


เครดิตภาพจาก https://solomo.xinmedia.com/china/14073-changbai
เครดิตภาพจาก https://kknews.cc/travel/ypqljkg.html


+++++++++++++++++++++++++

     โลกของเราใบนี้กว้างใหญ่ไพศาลยิ่งนัก แต่ละประเทศล้วนมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้เราได้ไปสัมผัส ภูเขาฉางไป๋ตั้งอยู่ระหว่างประเทศจีนและประเทศเกาหลีเหนือ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ธรรมชาติสร้างสรรค์อย่างงดงาม แม้ว่าปุ๋ยจะยังไม่เคยได้ไปเยือนภูเขาฉางไป๋ แต่เมื่อได้เห็นภาพแล้ว ก็เชื่อว่าเป็นสถานที่อันสวยงามอย่างมากแน่นอนค่ะ 


++++++++++++++++++++++++++

ฉันคือคนหนึ่งที่ชื่อปุ๋ย

วันเสาร์ที่ ๒๒ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๒  



วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2562

คำว่ารักคือคำที่ยิ่งใหญ่


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน


ท่านผู้อ่านคงจะเคยได้ยินคำว่า “หว่อ อ้าย หนี่” กันมาก่อนใช่หรือไม่คะ ท่านคงจะทราบว่าคำนี้มีความหมายว่า “ฉันรักเธอ” โดยตัวอักษรจีนนั้น เขียนได้เช่นนี้ค่ะ “我愛你”  วันนี้ปุ๋ยจึงขอเสนอตัวอักษร 愛 ให้ทุกท่านได้เห็นถึงความสวยงามและความหมายอันลึกซึ้งของคำนี้ค่ะ

  ❤️ 
愛   (อ้าย)  “ความรัก”
❤️


最高的智慧就是愛
ความหมายที่ลึกล้ำของอักษรคำว่ารัก
竪看是愛
มองแนวตั้งคือความรัก
橫看是神
มองแนวนอนคือพระเจ้า
上為母,下為父
บนคือแม่ ล่างคือพ่อ
這是中國文字的魅力
นี่คือเสน่ห์ของตัวอักษรจีน

愛
愛

คำว่า รัก  เป็นคำที่ยิ่งใหญ่ และรู้สึกดีเสมอที่เราได้กล่าวไป เช่นเดียวกันกับผู้ที่ได้ฟังนะคะ เหมือนที่เรามักจะกล่าวกับคุณพ่อคุณแม่ของเราว่า
“หนูรักพ่อ”
“ผมรักแม่”
หรือแม้แต่ที่คุณพ่อคุณแม่ตอบกลับเราว่า
“แม่ก็รักหนูจ้ะ”
“พ่อรักหนูนะลูก”
คำว่า “รัก” มีพลังการสร้างสรรค์ที่มหาศาล ดังนั้นแล้ว เมื่อเรารักใคร มิใช่แค่เพียงบอกกล่าวเท่านั้น แต่เราต้องแสดงให้เขาได้ทราบด้วยนะคะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Instagram : Khaeyakpenpuisaitonmai
Facebook : แค่อยากเป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ปุ๋ย – แค่อยากเป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้
วันจันทร์ที่ ๑๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๒  



วันอังคารที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2562

บทความดีๆที่ได้รับจากการส่อต่อมาทางไลน์ ฉบับที่ ๖

 

สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน   

วันนี้ปุ๋ยนำเรื่องราวที่น่าประทับใจซึ่งได้อ่านจากไลน์มาแบ่งปันให้ท่านได้อ่านกันค่ะ
เด็กสาวในภาพด้านบนมีนามว่า “แคทเธอรีน คอมเมล (Katherine Commale)” ค่ะ ท่านคิดว่าเด็กน้อยอายุเพียง ๕ ขวบ จะสามารถทำอะไรให้กับสังคมได้หรือไม่คะ ถ้าท่านคิดว่ายังไม่ได้หรอก เพราะว่ายังเด็กเกินกว่าจะรู้ความ แต่มิใช่กับเด็กน้อยที่ชื่อแคทเธอรีนคนนี้ค่ะ
เมื่อครั้งที่แคทเธอรีนอายุแค่เพียง ๕ ขวบ เธอได้นั่งดูสารคดีเกี่ยวกับทวีปแอฟริกา ในสารคดีเล่าว่า “ทุกๆ สามสิบวินาที จะมีเด็กคนหนึ่งเสียชีวิตเพราะโรคมาลาเรีย” ขณะนั้นเธอกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่กับพ่อและแม่ของเธอ แคทเธอรีนก็เริ่มนับนิ้ว ๑-๒-๓-๔ จนถึง ๓๐ ทันใดนั้นแคทเธอรีนก็ตกใจและตะโกนบอกแม่ของเธอว่า “แม่...เด็กแอฟริกาตายไปแล้วหนึ่งคน เราต้องทำอะไรสักอย่าง”
แม่ของเธอจึงได้หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตแล้วบอกกับแคทเธอรีนว่า “มาลาเรียเป็นโรคที่น่ากลัว เมื่อเด็กๆ เป็นโรคนี้ เขามักจะเสียชีวิต”
“แล้วทำไมพวกเขาถึงเป็นมาลาเรีย” หนูน้อยแคทเธอรีนได้ถามต่อ  
“มาลาเรียติดต่อโดยยุง ซึ่งที่แอฟริกามียุงเยอะมาก” แม่ของเธอชี้แจง  
“แล้วจะทำยังไงดี” หนูน้อยแคทเธอรีนยังคงมุ่งมั่น 
“ตอนนี้มีมุ้งที่แช่น้ำยากันยุง เมื่อมีสิ่งนี้ ก็จะป้องกันคนไม่โดนยุงกัดได้” แม่ของเธออธิบายอย่างต่อเนื่อง
“แล้วทำไมพวกเขาไม่ใช่มุ้งแบบนี้” หนูน้อยแคทเธอรีนยังคงสงสัย
“มุ้งนี้แพงเกินไปสำหรับพวกเขาไม่มีปัญญาซื้อ” แม่ของแคทเธอรีนอธิบายต่อบุตรสาวของตน  
“ไม่ได้ เราต้องทำอะไรแล้ว” หนูน้อยแคทเธอรีนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
ผ่านไปหลายวัน แม่ได้รับโทรศัพท์จากครูที่โรงเรียนอนุบาล ซึ่งเป็นโรงเรียนที่แคทเธอรีนเรียนอยู่ ครูกล่าวว่า แคตเธอรีนไม่ได้จ่ายค่าขนม แม่ของแคทเธอรีนถามบุตรสาวของตนเมื่อได้รับทราบเรื่องจากครูว่าเงินไปไหน หนูน้อยแคทเธอรีนจึงตอบแม่ของเธอไปว่า “ถ้าหนูอยู่โรงเรียน แล้วไม่กินขนม ไม่กินจุกจิก ไม่ซื้อตุ๊กตาบาร์บี้ อย่างนี้หนูพอจะซื้อมุ้งได้ไหมคะ”
เมื่อได้ฟังดังนั้น แม่ของแคทเธอรีนจึงพาเธอไปห้างสรรพสินค้า พวกเขาใช้เงิน ๑๐ เหรียญเพื่อซื้อมุ้งชนาดใหญ่ ๑ หลังสำหรับเด็ก ๔ คน แล้วจึงโทรศัพท์ไปหาองค์กรการกุศลที่ทำงานในแอฟริกาว่าจะส่งมุ้งไปให้อย่างไร พวกเขาบังเอิญพบกับหน่วยงานแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า Nothing but net  ซึ่งไม่ต้องการอะไรนอกจากมุ้ง โดยหน่วยงานนี้จะส่งมุ้งไปให้เด็กแอฟริกาโดยเฉพาะ แคทเธอรีนจึงส่งมุ้งไปให้หน่วยงานนี้ด้วยมือของตัวเอง
เวลาผ่านไป ๑ สัปดาห์ แคทเธอรีนได้รับจดหมายขอบคุณจากหน่วยงานนี้ ในจดหมายกล่าวว่าแคทเธอรีนเป็นผู้บริจาคที่อายุน้อยที่สุด และบอกอีกว่า ถ้าบริจาคครบ ๑๐ หลัง จะได้รับใบประกาศเกียรติคุณ
แคทเธอรีนขอให้แม่ของเธอไปเปิดท้ายขายของกับเธอ ซึ่งหนูน้อยได้นำหนังสือเก่า ของเล่น เสื้อผ้าเก่ามาขาย เมื่อได้รับเงินแล้ว จะนำไปบริจาค แต่ทว่าขายไม่ดีเลย แคทเธอรีนจึงคิดว่า “ตอนหนูบริจาคมุ้ง เขายังให้ใบประกาศเกียรติคุณ งั้นคนอื่นซื้อของหนู ให้เงินหนู งั้นเขาก็ต้องได้รับเหมือนกันสินะ”
จากนั้นเธอจึงเริ่มลงมือทำใบประกาศเกียรติคุณ แม่ของแคทเธอรีนช่วยเธอซื้อวัสดุ พ่อของแคทเธอรีนช่วยจัดห้อง น้องชายของแคทเธอช่วยวาดรูปหัวใจแห่งรัก ใบประกาศเกียรติคุณทุกใบมีลายมือที่เขียนโดยตัวเธอเองว่า “ในนามของคุณ เราได้ซื้อมุ้งหนึ่งหลังส่งไปแอฟริกา” ซึ่งแน่นอนว่าในใบประกาศเกียรติคุณได้มีลายเซ็นต์ของเธอด้วย
แค่เพียงบริจาคเงิน ๑๐ เหรียญเพื่อซื้อมุ้ง ๑ หลัง คุณก็จะได้รับใบประกาศเกียรติคุณ เพื่อนบ้านของแคทเธอรีนได้เห็นใบประกาศเกียรติคุณของเธอ ต่างก็รู้สึกว่า หนูน้อยแคทเธอรีนนั้นช่างไร้เดียงสา และน่ารักมาก พวกเขาล้วนซาบซึ้งกับความน่าเอ็นดูของเธอ เพียงไม่นานนัก ใบประกาศเกียรติคุณก็ถูกแจกออกไป ๑๐ ใบ
เธอก็ส่งเงินไปที่หน่วยงาน “ไม่ต้องการอะไรนอกจากมุ้ง” หน่วยงานนี้จึงส่งใบประกาศเกียรติคุณและตั้งให้แคทเธอรีนเป็น “ทูตแห่งมุ้ง”
คนในหน่วยงานได้บอกแคทเธอรีนว่า มุ้งที่เธอบริจาคถูกส่งไปยังหมู่บ้านหนึ่งในประเทศกาน่า ในหมู่บ้านมี ๕๕๐ คน “โอ้ พระเจ้า มุ้งแค่สิบหลังจะพอใช้ได้อย่างไร”
เพื่อนบ้านนอกจากซื้อมุ้งจากแคทเธอรีนยังช่วยเธอทำใบประกาศเกียรติคุณ และได้เป็นทีมงานของแคทเธอรีน
บาทหลวงในชุมชนก็เชิญเธอไปบรรยายในโบสถ์ แคทเธอรีนกล่าวเพียง ๓ นาที ก็ได้รับเงินบริจาคมา ๘๐๐ เหรียญ ทำให้เธอมีกำลังใจเพิ่มขึ้นมาก และหนูน้อยแคทเธอรีนก็ได้เดินทางไปพูดที่โบสถ์แห่งอื่นอีกด้วย
เมื่อตอนที่แคทเธอรีนอายุครบ ๖ ปี เธอได้รับเงินบริจาคแล้ว ๖๓๑๖ เหรียญ อีกทั้งหน่วยงาน “ไม่ต้องการอะไรนอกจากมุ้ง” ก็ได้นำเรื่องของเธอไปลงในเว็บไซต์อีกด้วย
 วันหนึ่งเธอเห็นเบคแฮ่มปรากฎตัวทางโทรทัศน์ ช่วยทำประชาสัมพันธ์การกุศลให้ “ไม่ต้องการอะไรนอกจากมุ้ง” เธอรีบเขียนจดหมายขอบคุณไปให้เขา และเธอได้ส่งใบประกาศเกียรติคุณไปให้เขาด้วย ๑ ใบ จากนั้นเบคแฮ่มจึงนำใบประกาศเกียรติคุณนี้ขึ้นเว็บไซต์ส่วนตัวของเขา เรื่องจึงแพร่กระจายออกไปอีก
เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ค.ศ.๒๐๐๗ แคทเธอรีนได้รับจดหมายจากหมู่บ้านที่รับมุ้ง เด็กในหมู่บ้านเขียนในจดหมายว่า “ขอบคุณมุ้งของเธอ เราเห็นรูปเธอ เรารู้สึกว่าเธอสวยมาก”
แคทเธอรีนดีใจมาก ทำให้มีกำลังใจเพิ่มอีก เธอและทีมงานลงมือทำใบประกาศเกียรติคุณอีก ๑๐๐ ใบ แล้วส่งไปให้มหาเศรษฐีที่ติดอันดับในนิตยสาร “ฟร๊อบ”
ในนั้นมีอยู่ ๑ ใบที่เขียนว่า “คุณบิลเกตที่เคารพ ไม่มีมุ้ง เด็กแอฟริกาจะตายเพราะมาลาเรีย พวกเขาต้องการเงิน แต่เงินอยู่ที่คุณ”
เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ค.ศ.๒๐๐๗ มูลนิธิบิลเกตประกาศบริจาคเงิน ๓ ล้านเหรีญให้หน่วยงาน “ไม่ต้องการอะไรนอกจากมุ้ง” บิลเกตได้กล่าวว่า “ผมได้รับใบประกาศเกียรติคุณพร้อมจดหมายฉบับหนึ่ง บอกว่า เงินที่ซื้อมุ้งให้เด็กแอฟริกาอยู่ที่ผม ถ้าผมไม่นำเงินออกมา คงไม่ได้แน่”
ในปี ค.ศ.๒๐๐๘ มูลนิธิบิลเกตออกเงินถ่ายทำสารคดี “เด็กช่วยเด็ก” แคทเธอรีนจึงได้มีโอกาสไปแอฟริกา ครั้งนั้นเธอได้เห็นพวกเด็ก ๆ เขียนชื่อเธอไว้บนมุ้งด้วย พวกเขาเรียกมุ้งช่วยชีวิตนี้ว่า “มุ้งแคทเธอรีน” หมู่บ้านนี้มีชื่อว่า “หมู่บ้านแคทเธอรีน” หนูน้อยแคทเธอรีนอายุ ๗ ขวบ ได้ช่วยชีวิตเด็กแอฟริกาแล้ว ๒๐,๐๐๐ คน
เครดิตข้อมูลจาก โอสธี

จากบทความนี้ ทำให้เราได้ทราบว่า อายุนั้นไม่ใช่อุปสรรคสำคัญที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆให้สังคมและโลกมนุษย์  ฮีโร่ไม่จำเป็นต้องมีพลังวิเศษ ทุกๆคนสามารถเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้น่าอยู่ขึ้นได้ ท่านเองก็ทำได้ โปรดจงเริ่มทำตั้งแต่นี้เลยค่ะ


+++++++++++++++++++++++++++


ฉันคือคนหนึ่งที่ชื่อปุ๋ย

วันอังคารที่ ๑๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๒  






วันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2562

บทความดีๆที่ได้รับจากการส่งต่อมาทางไลน์ ฉบับที่ ๕



     สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านทุกท่าน 

     วันนี้ปุ๋ยขอนำเสนอบทความที่ได้รับจากทางไลน์อีกครั้งนะคะ เนื่องด้วยบทความนี้เป็นบทความที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของผู้สูงวัยทุกท่าน ซึ่งบทความนี้คือนายแพทย์เกษม วัฒนชัย ที่เป็นผู้ให้ข้อแนะนำที่ผู้สูงอายุควรปฏิบัติ ๑๕ กรณี ประกอบด้วย 

     ๑. ให้เดินโดยมีไม้เท้า หรือเกาะราวเมื่อถึงคราจำเป็น อย่ากลัวเสียหน้า 
     ๒.ระวังเมื่อเดินพื้นต่างระดับ และอย่าเดินถอยหลัง 
     ๓.เวลาลงจากรถ ควรหยุดยืนตั้งตัวสักครู่ ก่อนออกเดิน 
     ๔.ขึ้นลงบันไดให้เกาะราวจับ 
     ๕.เวลาที่นุ่งและถอดกางเกงหรือกระโปรง รวมถึงสวมเสื้อผ้า ก็ควรมีที่เกาะหรือพิงได้ และนั่งใส่จะดีกว่า
     ๖.ไม่ควรรับเป็นประธาน หรือเจ้าภาพเผางานศพ เพราะท่านจะต้องขึ้นเมรุคนเดียวโดยไม่มีราวจับ เพราะถึงแม้มีราวจับ แต่มันจะประดับด้วยดอกไม้ต้นไม้ นอกจากมีคนคอยพยุง 
     ๗.ยืนอาบน้ำควรมีราวจับ หรือมีแผ่นกันลื่นที่พื้น เพราะจะลื่นล้มง่าย 
     ๘.ยืนอาบน้ำในอ่าง ควรมีที่จับและแผ่นกันลื่น และเวลาออกจากอ่างต้องระวังเท้าสะดุดขอบอ่าง 
     ๙.ไม่ควรใช้บันไดชนิดพาดพิงหรือกางออกเพื่อทำงานบนที่สูง เพราะอาจพลาดตกลงมาได้
     ๑๐.ไม่ควรใช้ส้วมนั่งยองๆ เพราะอาจหน้ามืดล้มได้ 
     ๑๑.ไม่ลุกพรวดพราด เวลาถ่ายทุกข์เสร็จ หรือตื่นนอนใหม่ๆ ให้ค่อยๆลุกขึ้นยืน ให้ระบบไหลเวียนเลือดปรับตัว 
     ๑๒.เวลาที่เข้าห้องน้ำ ไม่ควรใส่กลอนประตู เพราะเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน ลูกหลานจะเข้าช่วยได้ทัน
     ๑๓.ไม่ควรขับรถ ถ้าจำเป็นให้ขับช้าๆ เพราะประสาทคนสูงอายุจะตามรถไม่ทัน 
     ๑๔.เวลาล้ม อย่าเอามือยัน ให้ยอมเจ็บตัวดีกว่าแขนหัก 
     ๑๕. อย่าคิดทะนงว่าตนยังหนุ่มแข็งแรงคิดแบบนี้เกิดอุบัติเหตุมานักต่อนักแล้ว



 * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

     
     ฉันคือคนหนึ่งที่ชื่อปุ๋ย

     วันเสาร์ที่ ๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๒